Beside me

Posted by Leciel ღ Inlove on 20.2011 0 comments 0 trackback
The Story :: Beside me.
Type :: One shot
Character :: Yamapi & Yuya
By. Leciel_InLove





ผมมีคนๆหนึ่ง ที่รักที่สุด...




แต่ความซนของเขา เพราะการเป็นน้องรักที่ใครๆต่างก็เอ็นดู
จะทำให้ผมอยู่ไม่เป็นสุข
ความขี้เล่นของเขา จนบางทีดูเหมือนจะเกินไปนั้น
จะทำให้ผมเฝ้าห่วงพะวงจนไม่เป็นอันทำงาน

บางครั้งผมไม่สามารถที่จะเปล่าปละละเลยและคลาดสายตาไปจากเขา
แม้ว่าเราจะอยู่ห่างกันแค่ไหนก็ตาม

ทุกวันนี้ผมคิดอยากจะกักตัวเขาไว้ให้อยู่ข้างกาย
ไม่อย่าห่างเขาอีกเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เพราะผมกลัว
...กลัวว่าเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดแบบวันนั้น
จะกลับมาทำให้ผมเสียใจเหมือนตอนนั้นจนถึงทุกวันนี้

ช่วงเวลาที่ผมทำได้แค่รับรู้ร่างของคนที่ผมรักหล่นละลิ่วจากที่สูงตกลงสู่พื้นและเขาถูกความมืดกลืนหาย ผมต้องปกปิดความต้องการของหัวใจแล้วฝืนทำไอ้สิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ต่อจนจบและยืนมองดูเฉยๆ เพราะคำว่า ‘ไกลเกินไป’ จะทำให้ผมเอื้อมไปไม่ถึงคนที่ผมรักยังติดตาอยู่เสมอ

ถึงตอนนี้เหตุการณ์ในวันนั้นจะผ่านไปแรมปีและไม่ได้สร้างบาดแผลร้ายแรงใดๆกับเขา ให้ผมต้องมานั่งเสียใจ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ความต้องการในใจผมเต้นระรัวได้ทุกครั้งเวลาที่เขาอยู่ไกลจากสายตา

ตั้งแต่วันนั้น...ผมสัญญากับตัวเอง
ว่าจะไม่มีคำว่า ‘ไกลเกินไป’ ระหว่างเราอีกแล้ว





“นั่งคิดอะไรอยู่เหรอฮะ”




ผมเงยหน้ามองเจ้าของน้ำเสียงที่ยืนอยู่ข้างหลังเท้าแขนกับพนักโซฟาแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆด้วยแววตาสดใส อดจะยิ้มอ่อนๆแล้วหันชะโงกหน้าไปจูบเบาๆที่แก้มนุ่มล่อตานั้นไม่ได้

“เรื่อยเปื่อยนะ”
“หน้าเครียดจังนะครับ คิดถึงคอนรอบต่อไปเหรอฮะ”
“อืม” ผมรับคำเอียงหน้าซบไหล่เล็กน้อยๆ แล้วจึงตัดสินใจจับแขนเรียววาดข้ามมากอดที่คอของผม กระชับให้มันแน่นขึ้นนิดหน่อยพลางเอนหัวพิงที่ไหล่ของเขาอย่างผ่อนคลาย ความจริงแล้วในสมองผมไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ยูยะถามเลยสักนิด แต่ที่พยักหน้ารับก็แค่ส่งๆไป เพราะไม่ต้องการจะบอกเหตุผลที่แท้จริงให้เด็กหนุ่มต้องทำหน้าซึมแล้วโทษตัวเองเหมือนเคยๆ เวลาที่รู้ว่าผมจะมานั่งคิดมากเพราะเรื่องของเขา

“รอบหน้าผมก็จะเล่นกับโคยาม่าอีกนะฮะ”
“ฉันห้ามได้เหรอ” ผมเหล่มองเขาพร้อมๆกับเอ่ยถาม สิ่งที่ได้ตอบกลับมาไม่แคล้วว่าจะเป็นเสียงหัวเราะระรื่นหูให้ยิ้มตามแม้ว่าความเป็นจริงอยากจะแสดงออกให้รู้ว่า ‘หึง’ แต่ยูยะก็มีวิธีทำให้ผมโกรธไม่ลงทุกที ทั้งๆที่ผมก็รู้ว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของผมดี แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่ยอมเลิกเล่นจนผมทำได้แค่ปวดหัวแล้วรอดูว่า เจ้าตัวแสบเนี่ยจะมีอะไรมาแผลงฤทธิ์อีกบ้าง

เอาเถอะ...อย่างน้อยทุกครั้งที่เล่นอะไรชวนโกรธ ผมก็มักจะได้คำขอโทษเป็นจูบน่ารักๆ แล้วก็อาการว่าง่ายเป็นคำขอโทษทุกที แบบนี้ค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย หรือถ้าทนไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ ก็จัดการเอากับไอ้คู่กรณีที่เล่นเกินงามกับคนรักของผมแทนแล้วกัน

“ถ้าอย่างนั้นยามะพีจะยอมหรือเปล่าล่ะฮะ”
“หืม...”
“ก็...” เขาขยับเข้ามาใกล้ๆพลางกระซิบเบาๆให้มีแค่เราที่ได้ยินกันแค่สองคน

“ยอมให้ผมคร่อมแทนโคยาม่าหรือเปล่าล่ะครับ”

หลังจากได้ยินคำพูดชวนอึ้งไปได้หลายวิ ผมก็ยิ้มน้อยๆที่มุมปากพลางพลิกตัวหันไปหาเด็กดื้อที่น่าจับตีสักทีสองทีฐานมาล่อให้ผมใจสั่นเล่นจริงๆ ผมยันตัวยื่นตรงโดยมีเบาะนุ่มๆของโซฟาเป็นที่รองรับ ยิ่งพอได้มองจ้องใบหน้ากระจ่างใสที่ในตามีประกายทะเล้นกรุ่มกริ่มแล้ว มันน่าเอาคืนให้เขินซุกหน้ากับอกผมไหมเนี่ย...เจ้าตัวร้าย

แต่เอาเถอะถ้ากล้าขอ ยามะพีคนนี้ก็กล้าให้
ยิ่งยูยะถามแบบนี้ ยามะพีจะเสนอตอบให้อย่างแน่นอน
แต่มีข้อแม้อย่างเดียวเท่านั้นล่ะ...

“เผอิญฉันชอบอยู่ข้างบนนะ...ยิ่งบนตัวนายแล้วล่ะก็ ชอบที่สุดเลย” ปลายเสียงผมแกล้งกระซิบพร่า แล้วในที่สุด สิ่งที่ผมต้องการก็เด่นชัดบนพวงแก้มของยูยะเป็นสีระเรื่อให้ยิ่งอย่างจะก้มลงไปจูบแรงๆให้หายหมั่นเขี้ยวจริงๆ

“ไม่เล่นแล้วฮะ...ยามะพีชอบแกล้งให้ผมเขินอยู่เรื่อย” ในที่สุดยูยะก็ไม่แคล้วว่าจะงอแงเป็นเด็กๆ เวลาที่เล่นอะไรแล้วไม่ชนะอย่างที่ตัวเองคิด

“นายเริ่มก่อนนะ”
“ไม่รู้ล่ะครับ ผมไม่เล่นกับยามะพีแล้ว”
“อยากเห็นฉันเขินเนี่ย มันต้องแนบเนียนกว่านี้หน่อยนะ...เทชชี่”
“นิสัยไม่ดี”
“ฉันจะนิสัยดีแน่ๆ ถ้ารอบต่อไปนายจะเลิกเล่นแบบนั้น”
“ยามะพีไม่ชอบเหรอฮะ”
“มีคนบ้าที่ไหน ชอบให้แฟนตัวเองไปลวนลามคนอื่นล่ะ”
“อยากให้ผมมาลวนลามยามะพีแทนก็บอกมาเถอะฮะ”

“ไม่หรอก...ฉันชอบลวนลามนายมากกว่า” ผมไม่พูดเปล่าแค่นั้นหรอกครับ การดึงเด็กดื้อที่ชอบหาเรื่องชวนปวดหัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วจูบและเล็มกลีบปากนุ่มๆ ช่างเจรจานั่นนะ น่าสนุกกว่าเป็นไหนๆ

อย่างน้อย...มันก็ทำให้คนช่างเถียงเงียบปากแล้วขาดสติระวังตัวไปบ้างไม่มากก็น้อย เพราะตอนนี้เจ้าตัวเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนที่ผมจูบหยอกเย้าเบาๆ เอวของเขาก็มาอยู่ให้แขนของผมให้โอบหลวมๆจนไม่สามารถละห่างไปไหน ถึงมารู้สึกตัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว ผมมันพวกมือเหนียวเกาะหนับซะด้วยสิ

“อืม...แบบนี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย”
“ไม่ดีแน่ครับ เพราะมีแต่ผมที่ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว”
“งั้นนายก็กอดฉันสิ จะได้ได้เปรียบเท่าๆกัน”
“จะแบบไหน ผมก็เสียเปรียบทั้งนั้นล่ะ”
“ก็ถือซะว่า...ชดเชยให้ฉันที่ต้องไปทนมองแฟนตัวเองกอดกับคนอื่นแล้วกันนะ” ผมยิ้มขำกับใบหน้าบู้ของคนรักที่ดูเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจแต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นเด็กดีสำหรับผมเสมอ

หน้าผากของเราสองคนแนบชินกันพอๆกับที่ผมสัมผัสได้ถึงเรียวแขนเล็กวาดมาแตะที่สะโพกของตัวผมเอง หลังจากนั้นไม่นานเสียงถอนหายใจของยูยะก็ทำให้ผมที่กำลังเพลิดเพลินกับการโอบกอดกันและกันเงียบๆ ต้องช้อนตามองเข้าไปในดวงตาใสของคนตรงหน้าที่ก้มลงต่ำ ผมไม่เอ่ยถามอะไรนอกจากเลื่อนริมฝีปากแตะเบาๆที่ปลายจมูก แค่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้ยูยะเงยหน้าสบตาตอบผมแล้ว

“คิดอะไรอยู่”
“แล้วยามะพีล่ะครับ คิดอะไรอยู่”
“ฉันถามก่อนนะ”
“ผมต่างหากล่ะฮะที่ถามก่อน ผมถามตั้งแต่ตอนที่เข้ามาในห้องแล้วนะครับ”
“ฉันให้คำตอบไปแล้วนิ”
“ผมรู้นะ ว่ายามะพีโกหก”

“มีเครื่องจับสัญญาณติดตัวเหรอไง”
“ก็เหมือนกับยามะพีที่มักจะจับว่าผมโกหกได้เหมือนกันล่ะครับ”

นี่ล่ะยูยะ...คนที่ผมไม่สามารถจะมีอะไรปิดบังได้เลย

“ผมรู้นะ ว่ายามะพีกำลังคิดเรื่องอะไร” ผมยิ้ม ความรู้สึกในเวลานี้อยากจะแตะต้องคนตรงหน้าจริงๆ อยากจะกอดให้แน่นมากกว่าตอนนี้ที่เรากำลังทำอยู่

“รู้แล้วทำไมยังถามล่ะ”
“ก็ผมอยากได้ยินจากปากยามะพีมากกว่าคิดเอาเองฝ่ายเดียวนิครับ”

“...”
“เรื่องนั้นอีกแล้วใช่ไหมฮะ ผมบอกแล้วไงครับ ว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้วนะ” ผมค่อยๆผละออกจากยูยะช้าๆ มือทั้งสองข้างของเขาคือสิ่งที่ผมเลือกจะเกาะกุมเบาๆ
“นายอยากรู้ไหม ทำไมฉันถึงชอบกอดนาย” ถึงผมจะไม่ได้เงยหน้าดูให้แน่ใจว่าคนตรงหน้าพยักหน้ารับหรือเปล่า แต่แรงกระชับก็ทำให้ผมยิ้มทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้ามอง

ผมหลับตาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะสบตาแวววับของคนที่กำลังรอฟังคำพูดจากปากของผมอย่างใจจดใจจ่อ ภาพที่เขาเอียงหน้ามองแล้วยิ้มอ่อนๆทอดมาให้มันทำให้ผมดึงเขาเข้ามากอด กระชับมือทั้งสองข้างของเขาวาดโอบรอบเอวของตัวผมเองและโผเข้ากอดให้ตัวเราทั้งสองคนแนบแน่นขึ้นไปอีก

“ที่ฉันชอบกอดนายเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่านายอยู่ใกล้ๆฉัน”




ทุกครั้งที่นึกถึงวันนั้น มือของฉันจะเย็นวาบ ใจของฉันมันกระตุก ร่างกายมันสั่นไหว
แต่ถ้าได้กอดนายแน่นๆแบบนี้ แค่รัดให้ตัวนายอยู่ในอ้อมแขนแม้จะแค่ไม่ถึงนาที
มันก็มากพอที่จะทำให้อุณหภูมิของฉันเป็นปกติ ใจของฉันสงบนิ่งและร่างกายแข็งแกร่งอีกครั้ง

เพราะเหตุผลนี้เท่านั้น...ที่ฉันอยากจะกักนายไว้ใกล้ตัว




“แล้วใครบอกยามะพีล่ะฮะ ว่าผมจะหายไป” เสียงใสๆอู้อี้อยู่ตรงไหล่ของผม มือเล็กๆกำลังโอบรัดให้แน่นเท่ากับที่ผมกำลังกระชับร่างของเขา

“ผมนะ จะอยู่ใกล้ๆจนกว่ายามะพีจะรำคาญแล้วบอกให้ไปไกลๆเลย”
“ฉันไม่ใช่ไอ้เรียวหรอกนะ ที่เที่ยวจะไล่ใครต่อใครนะ”
“แต่อย่างน้อย ยามะพีก็เคยบอกให้ผมเงียบเสียงเวลาอยู่ในห้องแต่งตัวนะครับ”
“ให้เงียบเสียง แต่ไม่ได้ให้ไปไกลๆนิ”

“แต่ผมจะถือว่ามันเป็นคำไล่ฮะ เพราะผมชอบเสียงดัง”
“นี่นายคงไม่ได้จะบอกให้ฉันทำใจยอมรับหรอกนะ”
“ถูกที่สุดครับ”

เอาล่ะวะ...ยามะพี แค่นี้ยอมรับไปเถอะ แลกกับการมีคนรักอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา ไม่ทำให้อะไรต่อมิอะไรยากไปกว่านี้หรอก

“โอเค...ฉันจะทำให้อยู่กับเสียงดังๆของนายให้ได้แล้วกันนะ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมจะพยายามลดวอลุ่มลงมาให้หน่อยก็ได้ครับ เพื่อยามะพี”

ผมผละเหลือบมองหน้าเด็กทะเล้นช่างต่อปากต่อคำอย่างหมั่นไส้ พร้อมๆกับประเคนนิ้วดีดที่จมูกรั้นๆของยูยะเบาๆ ก่อนจะโผเข้ากอดกันพลางโยกตัวไปมาสนุกกับการเล่นกอดรัดกันให้แน่นไปอีก พิสูจน์ว่าแรงของใครจะมากกว่ากัน พร้อมๆกับปล่อยให้เสียงหัวเราะเป็นบทเพลงบรรเลงระหว่างเรา

มีบางอย่างที่ผมยังไม่เคยบอกยูยะ
การมีเขาอยู่ ทำให้ผมอบอุ่น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด...เขายังสอนให้ผมได้รู้จักความสุขจากเสียงหัวเราะระหว่างเรา...เช่นกัน






‘เอาแต่ยืนมองเฉยๆมันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาหรอก’
‘เรียวจัง...แต่ว่าทุกครั้งที่มีคอนเสิร์ต ยามะพีก็มักจะ...’
‘ถ้าวันหนึ่ง นายเห็นไอ้พีตกมาจากเวทีเล่นบ้าง จะนั่งยิ้มได้ไหมล่ะ...ไอ้หนู ส่ายหัวก็ดีแล้ว แทนที่จะมายืนทำหน้าอมทุกข์ให้ไอ้พีอมหนักกว่าเก่า ไปทำให้มันหายบ้าซะ เป็นทางออกที่ดีที่สุด’
‘แล้วผมควรจะทำยังไงดีล่ะครับ’
‘ไอ้พีมันไม่เคยสอนหรือไง ว่าอะไรทำให้มันหายบ้านะ’






“ยิ้มอะไรนะ ยูยะ”
“เปล่าฮะ”
“เห็นอยู่ชัดๆว่ายิ้ม”
“มีความสุขจะให้ร้องไห้เหรอครับ”
“ไอ้เรียวสอนมาไม่ดีใช่ไหม ถึงได้กล้าเถียงฉันนะ”
“ใครบอกล่ะฮะ”
“อะไร”

“ยามะพีต่างหากที่สอนผมไม่ได้”

“เดี๋ยวนายจะถูกฉันสอนเรื่องไม่ดีอีกอย่างแน่...ยูยะ”
“แล้วผมจะรอนะครับ”
“ไม่เกินคืนนี้หรอก”
“โห...รอไม่ไหวเลยล่ะฮะ”
“คอยดูไปเถอะ”

“ยามะพีครับ”
“อะไร”
“กอดผมให้แน่นๆ เหมือนวันนั้นเลยนะครับ”
“หืม...”

“กอดผมให้เหมือนวันที่ยามะพีกระซิบบอกว่า...เราจะไม่ห่างกันอีกยังไงล่ะฮะ”
“...”
“แล้วกระซิบคำนั้นด้วยนะครับ”
“...ได้สิ”






ร่างเล็กผอมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พิงพนักหลังจากจบคอนเสิร์ต เพียงเพราะต้องการบรรเทาอาการเจ็บแม้ว่าการตกลงมาจากที่สูงจะไม่ได้สร้างบาดแผลฉกรรจ์อะไรให้มากมาย แต่มันก็ทำให้เขาเข็ดขัดยอกไปทั้งตัว ไอ้อาการปวดตุบๆที่ข้อเท้าแม้จะไม่มากมาย แต่มันก็เจ็บพอที่จะทำให้เขาไม่อยากที่จะขยับมากนัก เสียงของผู้คนที่เดินเข้ามาไถ่ถามอาการตลอดเวลาดูเหมือนจะไม่เป็นที่น่าสนใจอีกต่อไป เมื่อสายตาของเขากำลังสบเข้ากับใครอีกคนที่เดินจ้ำและจ้องมาที่เขาแต่ไกล

‘ผมไม่เป็น อ๊ะ...’

แต่ยังไม่ทันที่เสียงใสๆจะพูดอะไรออกไปจนจบ ร่างทั้งร่างก็ถูกฉุดให้ลุกขึ้นแล้วโถมตัวเข้ากอดรัดชนิดที่ทำให้คนถูกกอดรู้สึกอึดอัดจนพูดอะไรไม่ออกเลย

เขาไม่เคยถูกยามะพีกอดแรงขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยถูกแขนแข็งแรงคู่นั้นรัดแน่นจนเจ็บเท่านี้มาก่อนเลย

‘ยามะพีครับ ผะ...ผม เจ็บ’

ถึงเขาจะเปล่งเสียงบอกออกไป เพราะหวังว่าคนตรงหน้าจะลดแรงรัดนั้นลงบ้าง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะคลายลงเลย

‘ยามะพี ผะ...ผม’
‘อย่าหายไปจากสายตาฉันอีกนะ’
‘...’
‘เราอย่าอยู่ห่างกันอีกเลย...ยูยะ’






“อยู่กับฉันตลอดไปนะ...ยูยะ”
“ครับ...ผมจะไม่อยู่ห่างจากยามะพีอีกต่อไป"


จบ
Category : One ● shot


  • password
  • เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

trackbackURL:http://lecielinlove.blog.fc2.com/tb.php/6-e2f0a321
▲ top