Precious

Posted by Leciel ღ Inlove on 19.2011 0 comments 0 trackback
The Story :: Precious.
Type :: One shot
Character :: Yamapi & Yuya
By. Leciel_InLove




“เคอิจิโร่...นายเอาหนังสือของฉันไปซ่อนไว้ไหน!”




ทั้งสตูดิโอที่ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร ต่างพร้อมใจกันมองไปยังสงครามย่อมๆ ที่คนหนึ่งกำลังโกรธจัดในมือกำกระเป๋าสะพายแน่น ส่วนอีกคนกำลังยืนหน้าเหรอหราเบิ่งตาให้โตที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้

ไม่เว้นแม้แต่คนที่กำลังนั่งให้ช่างแต่งหน้าซับหน้ายังเหล่มอง ก่อนจะยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกคนที่กำลังง่วนอยู่กับหน้าของเขาให้หยุดซับแค่นั้น เมื่อกี้ยังเห็นหัวเราะแกล้งคนโน่นคนนี้อยู่แท้ๆ ห่างตาแค่ก้มดูนิตยสารไม่ทันไร ไหงมาทะเลาะกันเองเสียอย่างนั้นล่ะ...คู่นี้

ดูท่า...โคยาม่าคงไปสะกิดต่อมโกรธเข้าให้แล้วไหมล่ะ ก็ไอ้วิธีการเรียกชื่อแบบเต็มยศแถมตะโกนซะลั่นจนคนในสตูฯ ไม่เว้นแม้แต่เรียวจังที่กึ่งนั่งกึ่งนอนฟังไอพอตยังอุตส่าห์ลืมตาขึ้นเหล่มอง ผู้ใหญ่อย่างยามาชิตะพี...รู้ดี

“เกิดอะไรขึ้นนะ” คนรู้ดีเดินเข้าไปหยุดยืนใกล้ๆกับยูยะ แต่เลือกจะมองคาดคั้นที่โคยาม่ามากกว่าจะเอาคำตอบจากเด็กหนุ่มที่พอเขาเดินเข้าไปใกล้ก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลง

“เปล่าครับ...” แต่กลับเป็นยูยะที่ตอบพลางมองค้อนไปที่คู่กรณีอย่างเคืองๆ ก่อนจะสะดุดกับอะไรบางอย่างจนเจ้าตัวต้องก้มโค้งแล้วเลี่ยงเดินเข้าห้องไปเงียบๆ ให้ยามะพีมองลับหลังแล้วค่อยส่งสายตาคาดโทษไปที่เพื่อนซี้ที่บังอาจดุเด็กดื้อของเขาด้วยสายตาจนหงอยเข้าห้องไปแบบนั้น

“ว่าไง...โคยาม่า” หันมาส่งเสียงเครียดกับเพื่อนร่วมวงทันที หลังจากที่เรียวไม่คิดจะสนใจเขาแถมยังทำท่าสบายๆ ในขณะที่เพิ่งจะทำคนรักของเขาจ๋อยไปเมื่อตะกี้นี้

“ก็เล่นกันอยู่ดีๆ ใครจะไปคิดว่า ยูยะจะโกรธจริงล่ะ” พูดพลางเกาหัวแกรกๆ ท่าทางจะตกใจกับท่าทางของยูยะอยู่เหมือนกัน
“ฉันคิดว่า ไอ้ที่เล่นนะ คงจะไม่ได้ดีอย่างที่พูดแล้วนะ...โคยาม่า”

“ยามาชิตะคุง...แสตนบายได้แล้วครับ” เสียงของสต๊าฟขัดจังหวะ ให้คนที่ไกล่เกลี่ยปัญหาไม่จบต้องหันไปขานรับ ก่อนจะเหลือบมองประตูห้องที่เด็กหนุ่มเดินหายเข้าไปแวบหนึ่ง แล้วจึงเดินไปเข้าฉากที่เซตไว้เรียบร้อยแล้ว

“ทำอะไรไว้ก็รีบๆไปแก้ดีกว่าไหม...ไม่งั้นนายนั้นล่ะที่จะผิดทั้งขึ้นทั้งร่อง” เรียวที่กำลังลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ยังลืมหันมาชี้ทางสว่างให้กับคนที่มัวแต่ยืนไว้อาลัยกับความผิดที่ตัวเองก่อแค่ครึ่งเดียว แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนตัดสินให้เขาเป็นจำเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะเดินไปหาสต๊าฟที่รอท่าให้เรียวเสียบถ่ายต่อจากยามะพี

“ฉันว่า...เรียวพูดถูกนะ โคยาม่า” ชิเงะที่เดินมาสมทบพร้อมๆกับมัสสึดะที่พยักหน้าเห็นด้วย
“งานนี้...ง้อยาวแน่”

“ฉันก็กำลังคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน...” จำเลยที่ใครๆต่างยื่นโทษหนักหยิบของกลางที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา แต่ดูท่างานนี้เขาคงได้เข้าลานประหารแน่ๆ ถ้าคืนของให้ยูยะแล้ว เจ้าตัวดันมาเปิดเจอข้อหาหนักที่แปะหราอยู่ตรงหน้าที่อ่านค้างเอาไว้

...รอดยากล่ะ เคย์จัง




เฮ้อ!




ตั้งแต่เขามายืนเงียบๆกอดอกมองเด็กขี้งอนที่เอาแต่จ้องอะไรสักอย่างที่น่าจะเป็นของกลางที่ทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ให้โคยาม่าเดินง้อทั้งวัน นี้ก็ครั้งที่ห้าแล้วที่ยูยะถอนหายใจเรี่ยราด จนเขาตัดสินใจเลิกยืนมองเฉยๆ เพราะหวังจะให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัวเอง แต่ดูท่าถ้าไม่ทักให้รู้ตัว ยูยะก็คงไม่เลิกถอนทิ้งถอนขว้างแน่ๆ ไอ้ลมหายใจน่ะ เดี๋ยวจะต้องมาลำบากยามะพีให้ผายปอดเอาเปล่าๆ
…แต่ก็เต็มใจแฮะ!

“เก็บของเสร็จหรือยัง...”
ยูยะเหยียดตัวตรงเลี้ยวหลังมองหน้าประตูก่อนจะพยักหน้ารับและเก็บของชิ้นสุดท้ายที่ยืนมองอยู่นานลงกระเป๋า

“ครับ...แล้วคนอื่นๆล่ะฮะ”
“เหลือแค่นายกับฉันเนี๊ยล่ะ” ยามะพีก้มมองเด็กหนุ่มที่เดินมาหยุดยืนใกล้ๆ ก่อนจะฉวยขว้างกระเป๋าสะพายขนาดย่อมจากมือของคนรักมาถือแทน

“กลับกันหรือยัง”
“ครับ...”

“เดี๋ยว...” เขายังตั้งท่ายืนขว้างอยู่ในท่าพิงขอบประตูเหมือนเดิม ให้ยูยะเงยหน้ามองสงสัย
“ครับ?”

“ยิ้มก่อน”
“ฮะ?”

“ยิ้มให้ดูก่อน แล้วจะให้กลับบ้าน” ยูยะหน้าเหวอไปพักใหญ่ กว่าจะกดมุมปากยิ้มแบบงงๆให้กับยามะพีที่ยืนจ้องเอาๆ

“แบบนี้เขาเรียกว่ายิ้มเหรอ...ยูยะ”
“ก็...ยามะพีเล่นจ้องแบบนี้ แล้วผมจะยิ้มยังไงล่ะ...อ๊ะ” ปากนุ่มๆที่พูดยังไม่ทันจะจบประโยคดีก็โดนขโมยจูบไปเสียอย่างนั้น
“แค่ยิ้มให้คนรัก...ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย” เขาพูดพลางฉีกยิ้มยิงฟันให้คนที่ถูกฉวยโอกาสที่กำลังยืนอึ้ง ดูเป็นตัวอย่างก่อนจะฉวยอุ้งมือเล็กจับจูงให้เดินตามหลัง

“ไปเถอะ”
“เดี๋ยวฮะ...” มือที่ถูกเกาะกุมกระตุกรั้งยามะเบาๆ
“ว่าไง...”
“หันมาหน่อยซิฮะ”
“หืม...” ชายหนุ่มหยุดยืนและหันมามองคนที่เดินตามหลังตามคำบอก

“ก็แค่อยากจะยิ้มให้ยามะพีดูเท่านั้นล่ะครับ”







สารถีที่นั่งเหล่ตุ๊กตาหน้ารถประจำตัวมากกว่าถนนข้างหน้าเลือกจะเลี้ยวจอดข้างทาง หลังจากที่ไตร่ตรองมาดีแล้วว่า ขืนปล่อยให้ยูยะนั่งหน้าซึมจนกลับบ้านไม่แคล้วว่าวันนี้เขาคงไม่ได้หลับได้นอน ลำบากต้องโทรหาให้เรียวช่วยกล่อมแน่ๆ

ส่วนคนที่นั่งเงียบมาตลอดทางก็ดูจะได้สติ รู้ตัวว่าไอ้ที่รถมันจอดสนิทน่ะ ไม่ใช่หน้าบ้านเขาแต่เป็นที่จอดรถหน้าร้านสักที่ต่างหาก

“คิดว่าฉันควรจะส่งนายกลับบ้านทั้งหน้าตาแบบนี้เหรอ มีอะไรนอกจากโกรธโคยาม่าแล้วฉันยังไม่รู้บ้าง...ยูยะ” ยามะพีตอบคำถามที่ผุดขึ้นมาจากใบหน้าของยูยะ หลังจากที่คนรักตัวน้อยของเขาหันมาสบตา

“นายยังโกรธโคยาม่าอยู่?” เมื่อเห็นว่ายังเงียบอยู่ก็เลือกที่จะถาม ให้อีกฝ่ายส่ายหน้าจนผมปลิว
“นายได้หนังสือคืนแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ครับ...ได้แล้ว”
“แล้ว...?” ยามะพีค่อยๆเอนหลังพิงเบาะ หลับตานิ่งเพื่อรอคำตอบจากปากคนรักเงียบๆ
“...”
“ฉันรอฟังอยู่น่ะ” เพราะกลัวว่ายูยะจะคิดว่าเขาจะหลับ เลยยืนยันคำหนักแน่นให้อีกฝ่ายแน่ใจ

“ยามะพี...ครับ”
“ว่าไง” เสียงรูดซิบกระเป๋าจากคนข้างๆ ยังไม่เรียกความสนใจให้เขาเปิดเปลือกตาได้เท่ากับอะไรสักอย่างที่ยูยะวางไว้บนหน้าตักของเขา

“จำได้ไหมครับ” แค่เหลือบมองยามะพีก็ขานรับแบบไม่ต้องเสียเวลาหยิบขึ้นมาดูด้วยซ้ำ ก็ของรักที่ยูยะชอบเอาพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด แถมเขายังเลือกให้กับมือซื้อให้เป็นของขวัญที่ไม่ได้มอบเพราะหน้าเทศกาล แค่เกิดอยากจะซื้อให้เพราะคนรักชอบ ทำไมเขาจะจำไม่ได้

ในเมื่อ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับยูยะ
มันก็คือเรื่องที่ยามะพีเต็มใจจะจำ...ก็เท่านั้น

“อืม...”

เขามองดูมือของยูยะที่ค่อยๆพลิกหน้าที่ถูกคั้นไว้ ก่อนจะเบิ่งตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นสติกเกอร์ขนาดเล็กสำหรับเขาแต่ใหญ่พอจะปิดตัวอักษรกว่าครึ่งหน้าหนังสือให้กลืนหายไปได้ แล้วจึงเงยหน้ามองคนที่เม้มปากแต่เหลือบมองหน้าเขาเป็นระยะๆอย่างไม่มั่นใจ

“ผมพยายามแกะแล้วฮะ แต่ว่ากระดาษมันจะลุ่ยติดออกมาด้วย ก็เลย...”
ที่แท้...

“เรื่องแค่นี้เองเหรอ” ยามะพีถามเสียงเบา ก้มมองเรื่องหนักใจของยูยะที่มีร่องรอยการแกะให้เห็น
“ครับ...”

ใบหน้าที่ติดขรึมมาตลอดทาง เพราะวิตกกับเรื่องกังวลของคนรักตัวน้อยคลายลงและผุดรอยยิ้มอ่อนๆ ขึ้นมาอีกครั้ง เขาบิดขี้เกียจจนสุดเหมือนจะปลดปล่อยความเมื่อยขบให้หายเป็นปลิดทิ้ง แล้วเอนตัวกอดพวงมาลัยรถซบหน้าหันมามองยูยะที่ยังเอาแต่จ้องของในมืออยู่ตลอด แม้แต่ตอนนี้...

“โกรธหรือเปล่าครับ ที่หนังสือ...” ทั้งที่แค่เงยหน้าดู ก็น่าจะรู้ว่าเขาโกรธหรือไม่แท้ๆ
“วันนี้ตอนกลับบ้านพ่อทูนหัวของนายกลายร่างเป็นแมวป่วยเชียวล่ะ” ยามะพีเลือกจะเสพูดถึงโคยาม่าตามความจริงที่เห็นวันนี้

“อยากรู้สาเหตุไหม...ว่าทำไม” ยูยะก็ยังก้มหน้าแต่พยักรับช้าๆ
“เพราะมีคนจัดการให้นายแล้วยังไงล่ะ” ไม่ต้องบอกเขาก็คิดว่ายูยะคงรู้ว่าเป็นใคร ยังอดคิดถึงหน้าของเรียวที่อุตส่าห์เดินมาบอกลาโคยาม่ากับชิเงะที่ตั้งท่าจะกลับบ้านหลังจากที่เอาของกลางมาคืนยูยะแล้วด้วยคำพูดที่ทำเอาคนที่ได้รับการอภัยโทษแล้วต้องมาซึมกะทืออีกรอบไม่ได้

‘นายมันผิดตั้งแต่เล่นไม่คิดหน้าคิดหลังแล้ว...’

“ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้ฉันโกรธหรือเปล่า...” ยามะพีเลื่อนมือเชยคางของยูยะให้เงยขึ้น จนได้สบดวงตากลมโตคู่นั้นอย่างใจคิด
“ทำไมไม่เงยหน้ามองดูล่ะ” เขารอจนมองเห็นมุมปากเล็กยิ้มน้อยๆ จึงเลื่อนมือขึ้นลูบเบาๆที่หน้าผากของคนรักอย่างเอ็นดู

“รู้แล้วใช่ไหม...ว่าฉันโกรธหรือไม่โกรธ” ถามหลังจากชะโงกหน้าเข้าไปกดจูบที่มุมปากเบาๆ เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขวางกว่าเก่าพลางพยักหน้ารับให้คนรอฟังคำตอบชื่นใจ

“ส่วนหนังสือ...แล้วฉันจะซื้อให้ใหม่นะ ไม่ต้องแต่...” ยามะพีชิงตัดหน้าก่อนที่คนตรงหน้าจะทันได้อ้าปากปฏิเสธ
“แล้วฉันจะซื้อให้...นะ”
“ก็ได้ครับ...”
“ถ้าอย่างนั้น...เราก็ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมปลดเกียร์เบรกและจับพวงมาลัย

“ยามะพีฮะ...”
“หืม...” สัมผัสนิ่มๆจากริมฝีปากที่ยามะพีรู้ว่ามันนุ่มขนาดไหนกำลังแตะที่แก้มของเขาเป็นการยืนยัน แม้จะแผ่วเบาและแสนสั้น แต่มันก็ทำให้เขากลั้นยิ้มแทบจะไม่อยู่ทีเดียว

“ขอบคุณครับ...”
“แบบนี้เหมาหนังสือให้โคยาม่าติดสติกเกอร์ทั้งร้าน ฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ” เขาพูดติดตลก มองดูยูยะบู้หน้า แล้วค่อยหัวเราะร่า เพราะคำพูดของคนรักที่ต่อท้ายกลับมา
“ถ้ายังมีครั้งหน้า ผมไม่ยอมให้เรียวจังดุแค่นั้นหรอกฮะ”

“นายเนี๊ยนะ...ตอนเอานาฬิกาของโคยาม่าไปเล่น ฉันไม่เห็นเจ้านั้นจะโกรธเลย พอถึงตาตัวเองก็มาทำเป็นงอนเขา ใช้ไม่ได้เลยรู้ไหม” ยามะพีพูดพร้อมประเคนนิ้วชี้ดีดหน้าผากขาวๆ ให้เจ้าของคลำปรอยๆ

“ก็นาฬิกาเรือนนั้นชิเงะไม่ได้ซื้อให้นิครับ”
“แล้วทำไมต้องเป็นชิเงะซื้อให้ล่ะ”
“ก็ของที่ชิเงะซื้อให้ก็คือของสำคัญของโคยาม่า เหมือนกับของทุกชิ้นของยามะพีก็คือของสำคัญสำหรับผม”

ยูยะตอบพลางก้มมองของสำคัญขอตัวเองในมือ โดยไม่รู้เลยว่าทั้งคำพูดและการกระทำนั้นจะทำให้คนที่มองอยากจะดึงตัวเข้ามากอดแค่ไหน

แต่เพราะยามะพี คือคนที่ถ้าเรื่องของยูยะ
เขาไม่ใช่แค่คิด แต่เลือกที่จะทำมันลงไปด้วย

ดังนั้นมือที่จับพวงมาลัยค้างจึงเปลี่ยนเป็นรั้งยูยะเข้ามากอดแทน พร้อมกับจูบเบาๆที่ขมับของเด็กน้อยอย่างเอ็นดู ซึมซับความอบอุ่นที่ยูยะมอบให้โดยการกอดเขาตอบ

“ให้ความสำคัญกับของแล้วคนให้ล่ะ...นายให้ความสำคัญแค่ไหน” ยามะพีกระซิบถามที่ข้างหูเบาๆ
“รู้แล้วยังจะถามอีกเหรอฮะ” เสียงอู้อี้ที่ดังลอดมาให้ได้ยิน ถึงไม่บอกว่าแค่ไหนเขาก็รับรู้ได้จากอ้อมกอดที่ยูยะกำลังพยายามกอดให้แน่นเท่าเขาเช่นกัน

“ยูยะ”
“ครับ”

“ก่อนกลับบ้าน...เราไปที่อื่นกันก่อนไหม”
“ไปไหนฮะ” เด็กน้อยผละออกจากอ้อมแขนของเขา มองรอยยิ้มกริ่มที่เขาส่งมาให้ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่แก้มใสนั้นอีกรอบ แล้วจบท้ายด้วยคำตอบที่ยูยะรอฟังตาแป่ว

“ไปเหมาหนังสือกัน”








“โย้...เรียวจัง”
“อืม...” เรียวตอบสั้นๆ มองตามจนคนที่เพิ่งมาถึงแถมยังหาววอดๆ เข้ามาทิ้งตัวนั่งใกล้ๆ พลางถอดแว่นตาวางบนโต๊ะ แล้วถึงได้ก้มอ่านกระดาษสองสามแผ่นในมือที่ไม่พ้นคงเป็นเนื้อเพลงอีกตามเคย

“คนอื่นๆล่ะ”
“จะถามว่า...ยูยะมาหรือยังมันลำบากนักหรือไง”
“อืม...แล้วมาหรือยังล่ะ”

“ลงไปให้โคยาม่ามันเลี้ยงไถ่โทษ ส่วนพวกที่เหลือตามไปลาภปากด้วย” เรียวตอบพร้อมขีดเขียนกระดาษในมือไปด้วย

“แล้วเรียวจังไม่ลงไปเหรอ”
“เผอิญฉันไม่ตะกละเหมือนแกว่ะ...ไอ้พี” คำตอบของเรียวทำให้คนฟังเบิกตากว้าง พอคนไม่ตะกละหันมามองตอบก็แทบอยากจะประเคนอะไรสักอย่างกระแทกหน้าเพื่อนรักยิ่งนัก

“นี้...ฉันฝันไปหรือเปล่าเนี๊ย”
“อยากตื่นไหม...เดี๋ยวฉันช่วย”
“แค่บอกว่ากลัวฉันมาแล้วไม่เห็นใคร มันำบากนักหรือไง...เรียวจัง” ย้อนให้คนฟังค้อนอีกน่ะ ถ้าไม่ติดว่ากำลังง่วนกับเนื้อเพลงในมือ พ่อจะประเคนของเบื้องล่างช่วยทำให้หายง่วงเลย...ไอ้ปลาทองกลายพันธุ์

“อ้าว...ยามะพีมาแล้วเหรอ” มัสสึดะที่โผล่เข้ามาคนแรกเอ่ยทัก ให้คนที่นั่งอยู่ข้างเรียวโบกมือตอบ แล้วไม่นานเขาก็ต้องยิ้มอ่อนๆ ให้กับคนที่ตอนแรกเดินคุยมากับโคยาม่าและชิเงะ แต่พอได้ยินเสียงทักของมัสสึดะก็รีบเร่งฝีเท้าเข้ามาหาทันที

“มานานหรือยังฮะ” ยามะพีฉวยเอามือเล็กของคนรักมากุม
“อืม...เมื่อกี้เอง ดีกับโคยาม่าแล้วเหรอ”
“ครับ...”
“ดีด้วยเพราะถูกล่อด้วยขนมหรือเปล่า...ยูยะ” ยามะพีแซวยิ้มขำ เหลือบมองดูมือของคนรักที่มีแต่ของกินเล็กมาเสียเต็มถุง
“ใครบอกล่ะ...ถุงนี้ผมเอามาฝากเรียวจังต่างหาก” ยูยะตอบพลางขยับไปยื่นถุงขนมให้กับคนที่เงยหน้ามองแล้วเอื้อมมือรับแถมเอาไปวางซะใกล้ตัวให้ยามะพีที่มองหมั้นไส้อีกด้วย

“แล้วส่วนของฉันล่ะ” หันมากระเง้ากระงอดเอากับคนรักที่ยืนหน้าบู้ส่งมาให้เขาแต่ดันยิ้มกว้างให้เพื่อนซี้เขาแทนแถมยังแกะซองบริการให้อีกแนะ

เรียวมองดูยามะพียูยะคุยไปพลางเหลือบมองโคยาม่าชิเงะและมัสสึดะกำลังเลือกขนม ก่อนอดไม่ได้ที่จะแอบยกยิ้มที่มุมปาก

ถึงเมื่อวานเขาจะดุยูยะด้วยสายตาเดือดร้อนให้ไอ้เพื่อนตัวดีถลึงตาใส่
หรือพูดจาทำให้โคยาม่าคิดมากไปหลายทีจนเหมือนจะข้ามวันข้ามคืน

แต่เขาก็ใช้ว่าจะละเลยสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นวันนี้เสียเมื่อไร เขาเลือกที่จะมาถึงบริษัทก่อนใคร นั่งมองโคยาม่าที่เดินกระสับกระส่ายรอเวลา ดูยูยะที่เปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบๆ และสังเกตการณ์ท่าทีของคนทั้งคู่ จนเบาใจลงก็ตอนที่ยูยะกระโจนเข้าไปหาโคยาม่าทั้งๆที่เจ้าตัวเขายังไม่ทันพูดว่าขอโทษด้วยซ้ำ

‘ยูยะ...คือว่าฉัน’
‘ไปหาอะไรกินกันไหมฮะ ตอนแรกว่าจะซื้อติดมือมาด้วย แต่กลัวว่าเดี๋ยวจะไม่ชอบ ก็เลยว่าจะขึ้นมาชวน ไปช่วยกันเลือกนะ...โคยาม่า’


แค่นั้น...ไอ้พ่อทูนหัวก็รีบจัดแจงพาลงไปซื้อของขึ้นมาบำเรอ แทบจะเลี้ยงให้โตด้วยขนมด้วยซ้ำ

ถึงเรียวจะดูเหมือนคนที่ไม่ใส่ใจกับอะไร แต่เรื่องของเพื่อนมักจะใส่อยู่ในใจเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของไอ้เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาคนนี้

เพราะเขารู้ว่า...ถ้าวันนี้ยูยะยังนั่งหน้าซึมเหมือนเมื่อวาน
คนที่จะอาการหนักกว่าก็ไม่พ้น...เพื่อนเขาอีกแน่ๆ

เมื่อคืนเขาก็พอจะเบาใจไปได้เปาะหนึ่ง ที่ไม่ต้องกลายร่างเป็นแม่กล่อมลูกให้หลับ เหมือนคืนอื่นๆที่ เมื่อยามะพีมีเรื่องไม่สบายใจ ถึงจะดึกแค่ไหน...โดนเรียวด่าไปเท่าไร สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นคนรับฟังให้ทุกที

อย่างว่า ก็ไอ้พีมันรักของมัน...แล้วทำไมเรียวจะเอ็นดูเหมือนกันไม่ได้ล่ะ

“อันนี้ก็ต้องแล้วแต่เรียวจังแล้วล่ะฮะ...ว่าจะแบ่งให้ยามะหรือเปล่า” ยูยะทิ้งท้าย ก่อนจะเดินเข้าไปสมทบกับพวกโคยาม่า ชิเงะที่กำลังเลือกแกะกินขนมกันอย่างสนุกสนานอีกมุมหนึ่ง ปล่อยให้คนที่นั่งหน้าบูดในทีแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง มองเพลินจนเรียวที่เคี้ยวขนมที่รับมาจากยูยะมองด้วยใบหน้าหมั้นไส้ไม่ได้

“ยิ้มจนปากจะฉีกไปถึงครีบแล้วนะ...”
“หนวกหูน่ะ” สัญชาติปากทองกลายพันธ์หันมามองค้อนเพื่อนที่ทำลายบรรยากาศดีๆหมด

“หึ...วอนอดกินแล้วไหมล่ะ”
“เฮ้ย...ยูยะบอกให้แบ่งกันนะ” ยามะพีเอื้อมมือแย่งถุงขนมจากมือเรียวที่เจ้าตัวเขากำลังจะหันไปกินคนเดียว
“เมื่อกี้ยูยะบอกว่าแล้วแต่ฉันว่ะ...ไอ้พี” เรียวแย้งพลางอุดถุงขนมไว้ข้างหลังตัวเองให้พ้นมือของคนที่พยายามดึงมาเป็นของตัวเองให้ได้

“เรียวจางงงงงงงงงงงงงงงง...”
“อยากกินก็ไปขอซองใหม่ดิ”

เสียงงอแงของยามะพีและเรียวดังไปถึงอีกฝั่งที่กำลังนั่งแบ่งของ คุยเล่นกันสนุกสนาน ยูยะมองดูคนรักของตัวเองก่อนจะเขยิบเข้าไปนั่งใกล้ๆ โคยาม่า ดึงชายเสื้อของคนที่กำลังเอื้อมมือหยิบขนมในซองของชิเงะขึ้นมาชิม แล้วกระซิบถามเบาๆ

“...มาเล่นอะไรดีๆไหม” พ่อทูนหัวของยูยะเลิกคิ้ว ก่อนจะมองของที่สงบนิ่งอยู่ในมือยูยะ แล้วเหลือบมองคนอีกฝั่งที่ดูเหมือนจะโดนเรียวด่าเข้าให้ถึงได้เริ่มนั่งนิ่งแต่หน้างอแทน

“เอาแน่เหรอ”
“อืม...แน่ซิ”
“เดี๋ยวโดนโกรธไม่รู้ด้วยนะ” เพราะยังขยาดกับเหตุการณ์เมื่อวานไม่หาย แถมคราวนี้เล่นกับคนที่ถ้าเอาคืนคงจะแสบสันต์หลายเท่าตัวเชียว

“ไม่โกรธหรอกฮะ”
“หืม...”
“ก็ผมเล่นด้วย ยามะพีไม่โกรธหรอก”






“จำได้ว่าวางไว้ตรงนี้นิว้า”
เสียงงึมงำดังแผ่วมาจากคนที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ตรงโต๊ะข้างโซฟาที่นั่งกับเรียวเมื่อเช้า

“แล้วหายไปไหนว่ะ” คิ้วเรียวขมวดมุ่ยเมื่อหาของที่มักจะขาดไม่ได้ไม่เจอ

“มัสสึดะ...นายเห็นแว่นตากันแดดของฉันไหม” ชายหนุ่มหันไปถาม ให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามาส่ายหัวดิกเพราะไม่เห็นจริงๆ ก่อนจะยืดตัวตรงแล้วกวาดตามองไปรอบห้องอีกครั้งให้ร้องคราง ยิ้มกว้างเมื่อมองเห็นของที่ตามหา กำลังวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะยาวอีกฝั่งหนึ่ง

“แล้วไปอยู่ตรงนั้นได้ไง” ยามะพีพึมพำถามตัวเองแล้วเดินเข้าไปหา แว่นตาสุดหวงที่นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นโต๊ะ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันที่ใครมันบังอาจวางแว่นของเขาหัวทิ่มหัวตำแบบนั้น ขึ้นมาดู...แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง

ก็เลนส์สีทึบของเขาดันมีสติกเกอร์คุ้นตาปิดทั้งสองข้างแทบจะกลบไม่เหลือช่องว่างให้ส่องด้วยซ้ำ ยืนถลึงตาใส่ไอ้ของรักอยู่นาน เขาก็ต้องตะโกนลั่นห้องให้มัสสึดะที่ยืนดื่มน้ำสะดุ้งแทบสำลัก...

งานนี้ไม่ต้องถามให้เมื่อยปากก็รู้แล้วว่า ตัวร้ายที่ทำร้ายข้าวของแบบนี้เป็นใคร ถ้าไม่ใช่สองแสบประจำวง ที่พอสานสัมพันธ์ก็เริ่มปฏิบัติการป้วนอีกระลอก

“พวกนาย...อย่าให้ฉันเจอนะ!”

โดยเฉพาะนาย...ยูยะ ถ้าจับได้ล่ะ น่าดู!

เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากคนที่กำลังแอบมองคนที่กำลังจะกลายร่างอยู่ในห้อง เขาแทบจะหลุดขำกร๊ากตอนที่ได้ยินเสียงตะโกนของยามะพีและท่าทางของมัสสึดะที่ดูจะเหวออยู่ไม่น้อย น่าเสียดายที่โคยาม่าไม่ได้มาอยู่ดูผลลัพธ์ด้วยกันเพราะไปอยู่คุยเล่นกับพวกจูเนียร์ ถ้าอยู่ด้วยคงจะสนุกมากกว่านี้แน่ๆ

ยูยะรีบหันหลังกลับเดินย่องออกจากนั้นไปเงียบๆด้วยใบหน้าติดรอยยิ้มมีความสุข พึมพำกับตัวเองเบาๆ

“เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยให้แล้วกันนะ” พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบกล่องแบรนด์ดังที่มีของสำคัญที่เขาเลือกเองกับมือตอนที่เดินไปทักทายสต๊าฟในสตูดิโอแล้วเหลือบไปเห็นมันเข้าพอดี เห็นว่าคอสตูมเพิ่งไปสั่งมาเพื่อให้นายแบบใส่โฆษณายี่ห้อนี้ ยังไม่ทันได้ลองใช้เป็นแบบของใคร เลยตัดสินใจขอซื้อมา เพราะลองนึกถึงใบหน้าของคนรักตอนใส่แล้วคงจะเหมาะน่าดู

นึกแล้วยูยะก็อดยิ้มกริ่ม กอดกระชับของขวัญแนบอก รอเห็นหน้ายามะพีตอนที่รับของสิ่งนี้ไม่ไหวแล้ว...

“ถ้ายอมให้ทำโทษแล้ว ง้อด้วยแว่นกันแดดแบบนี้...ยามะพีจะหายโกรธหรือเปล่านะ”


:: THE END ::
Category : One ● shot


  • password
  • เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

trackbackURL:http://lecielinlove.blog.fc2.com/tb.php/5-c83fc99d
▲ top