Only me,Be drunk

Posted by Leciel ღ Inlove on 17.2011 0 comments 0 trackback
The Story :: Only me,Be drunk.
Type :: One shot
Character :: Yamapi & Yuya
By. Leciel_InLove






“ไม่แล้วล่ะฮะ...พอแค่นี้ดีกว่า”
“ไหนๆก็บรรลุนิติภาวะแล้ว อีกกระป๋องจะเป็นอะไรไปล่ะ แค่วันเดียวเอง...นะ ยูยะ”
“แต่ว่า...”




“...ไม่ควรมีกระป๋องที่สองสำหรับนายหรอกนะ”

ในขณะที่ยูยะกำลังลังเลที่จะรับกระป๋องเบียร์ดีหรือไม่นั้น คนที่ตอนแรกเห็นว่ากำลังยืนกระดกเบียร์อยู่หลังห้องกับเรียวกลับมายืนซ้อนอยู่ข้างหลังเขา แถมยังแย่งเครื่องดื่มในมือของโคยาม่าที่ยื่นมาให้ไปถืออีกด้วย

“กระป๋องเดียวก็พอแล้ว...โคยาม่า” ยามะพีตอบพลางเปิดกระป๋องเบียร์ขึ้นมาซดแทนยูยะเสียเอง

“แค่กระป๋องที่สอง ไม่ถึงกับเมาหรอกนะ...ไอ้พี” เสียงเรียวที่อุตส่าห์ดังข้ามหัวเพื่อนๆ หลังจากที่เพื่อนซี้ของเขา อยู่ๆ ก็เดินจ้ำมาหายูยะทันทีที่เห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังจะใจอ่อนรับเบียร์จากมือของโคยาม่า ทั้งที่กำลังคุยเรื่องโน่นเรื่องนี้ค้างกันอยู่กับเรียวแท้ๆ

“ยูยะไม่ใช่นายหรอกนะ...เรียวจัง ที่จะเอาเหล้ามาอาบ ก็ไม่สะทกสะท้านน่ะ” ยามะพีสวนกลับเข้าให้
“ก็ถ้าไม่หัด...แล้วเมื่อไรยูยะมันจะอาบได้อย่างฉันล่ะ” เรียวยังไม่ลดละที่จะกวนใจ ส่วนคนที่โดนย้อนก็แค่ยกเบียร์ในมือขึ้นซัดโฮกรวดเร็วจนหมด ก่อนจะยัดกระป๋องเปล่าใส่มือของโคยาม่าที่ยังยืนอยู่กับที่พลางยิ้มให้และไม่ลืมหันไปตอกกลับเรียวอีกที

“เรื่องดีๆมีให้หัดอีกเยอะ...ฉันไม่คิดจะให้ยูยะเก่งแต่เรื่องแย่ๆเหมือนนายหรอกนะ”
“หึ...ฉันกับแกมันก็เพื่อนกันละว่ะ” เรียวพูดยิ้มหยัน ขณะที่ยามะพีหันไปยิ้มเย็นตอบ
“ไปเถอะ...ยูยะ ได้เวลากลับบ้านแล้ว” แถมยังตัดบทต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อนตัวเอง ด้วยการดึงมือยูยะไปเสียอย่างนั้น

“อ๊ะ...ดะเดี๋ยวสิฮะ เอ่อ...โคยาม่า ไปก่อนนะ แล้วเจอกันนะ...เรียวจัง ทุกคน” ภาพของเรียวที่ชูกระป๋องเบียร์ในมือเหมือนไล่ให้รีบไป คือ สิ่งสุดท้ายที่ยูยะมองเห็นก่อนบานประตูจะปิด เพราะคนที่พอรวบทั้งสัมภาระของตัวเองและยูยะขึ้นถือได้ ก็ทั้งดึงทั้งฉุดจ้ำอ้าวออกมาจากห้องไม่ทันให้ใครได้กล่าวทักร่ำลาด้วยซ้ำ

“นิสัยไม่ดีเลยนะฮะ...ยามะพี”
“ถ้าฉันมั่วแต่เป็นคนดี วันนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปนอนที่บ้านเลย จะโดนมอมเหล้าอยู่รอมร่อ ยังมีอารมณ์มาอ้อยอิ่งบอกลาอีก”

“ก็แค่...กระป๋องที่สองเองครับ ไม่เมาอย่างที่เรียวจังบอกหรอกฮะ” ยูยะเอียงคอมองเสี้ยวหน้าของคนที่พาตัวเองมาหยุด กดปุ่มยืนรออยู่หน้าลิฟต์หน้าตาบูดบึ้ง ไม่พอใจ

“แค่กระป๋องที่สอง ก็มากพอที่จะทำให้นายน๊อคได้หรอกนะ...ยูยะ”
“ไม่เห็นต้องโกรธเลยฮะ...ใช่ว่าผมจะไม่เคยดื่มซักหน่อย แล้วอีกอย่าง...ไม่ดีเหรอฮะ เอาไว้ผมจะได้เป็นเพื่อนดื่มกับยามะพีได้ยังไงล่ะครับ”

“ไม่จำเป็น” ยูยะหน้าม่อยลงทันที ที่ได้ยินคำตอบสั้นห้วนดังมาจากคนที่ยังไงก็ไม่ยอมหันมามองตากันเสียที ยามะพีเดินนำเข้าไปในลิฟต์ที่กำลังจอดสนิทเปิดรับพวกเขาอยู่ตรงหน้า ไม่ลืมที่จะดึงแขนของยูยะเดินตามเข้าไป

แสงสีแดงที่คอยกระพริบบอกชั้นที่ลิฟต์ค่อยๆเลื่อนลง เป็นสิ่งที่ยูยะกำลังให้ความสนใจมากกว่าคนข้างๆที่เจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะพูดด้วยในเวลานี้

ก็รู้ๆกันอยู่...เวลายามะพีอารมณ์ไม่ดี การเป็นเด็กว่าง่ายเป็นทางออกที่ดีเสมอ

8........

7.......

6......

5.....

“จำไว้คนที่จะเห็นนายหมดสภาพได้...มีแต่ฉันเท่านั้น”
“ฮะ?”

4….

“นอกจากชั้น...อย่าให้ใครเห็นนายเวลาเมา แม้แต่...เรียวจัง”

3...

“...ครับ นอกจากยามะพี จะไม่มีใครได้เห็น”

2..

“สัญญา?”

มือที่จับประสานกันค่อยๆบีบกระชับแน่นขึ้น เด็กหนุ่มที่ถูกจับจูงมองเสี้ยวหน้าของคนขี้อายที่เบือนหน้าหนีไปอีกทางด้วยรอยยิ้มที่กว้างขวางกว่าเก่า เสียงกระแอมเป็นปฏิกิริยาที่ยามะพีนิยมทำแก้เขิน มันน่ารักจนยูยะอยากจะจับแก้มทั้งสองข้างของคนรักมาประคองไว้แล้วล๊อกให้จับจ้องอยู่ที่หน้าของเขาอย่างนั้นตลอดไปจริงๆ

1.

ปลายเท้าเขย่งขึ้นให้ลำดับความสูงใกล้เคียงกันพร้อมๆกับดึงมือคนตัวโตให้โน้มเอียงตัวลงมาเล็กน้อย มืออีกข้างวางที่ไหล่กว้าง รอจนคนขี้เก๊กทำหน้าขรึมเหล่มามองนั่นล่ะ ยูยะถึงประทับริมฝีปากอุ่นๆเข้าที่แก้มของยามะพีแผ่วเบา

ติ้ง!

“...สัญญาฮะ”

พร้อมๆกับกระซิบที่ข้างหูให้คนอึ้งค้างแต่ยังวางมาด เม้มปากพยายามสุดแสนที่จะทำหน้านิ่ง ทั้งที่เกร็งจนจะปวดกรามอยู่แล้วก็ตาม

“อย่ากลั้นซิฮะ...ผมอยากเห็นยามะพียิ้มนะ”
“ใครบอกว่าฉันกลั้นยิ้ม...ไปได้แล้ว ลิฟต์เปิดแล้ว ไม่เห็นเหรอไง” หันมาทำเสียงดุที่ดูไม่จริงจังเท่าไรใส่ เดินนำ จ้ำเอาจ้ำเอาโดยไม่สนใจว่าคนที่ตัวเองจับจูงจะตามทันหรือไม่ ในขณะที่ยูยะเฝ้าแต่มองดูรอยระเรื่อบนแก้มของคนปากแข็งพลางยิ้มร่าหัวเราะคิกคักตามหลัง

ใครจะไปคิด...ว่า ไอดอลอย่างยามาชิตะ จะขี้อาย

“ยามะพีเขินด้วยล่ะ”
“หุบปากไปเลย!”








เสียงดับเครื่องยนต์ปลุกเด็กหนุ่มที่นั่งพักสายตาจนเพลิน ให้ลืมตาหันไปมองสภาพแวดล้อมคุ้นเคยที่ดูก็รู้ว่า ที่ไหน

“ถึงบ้านแล้ว”
ยูยะหันไปมองคนที่ทำหน้าที่เป็นสารถีให้เขาบ่อยๆ ก่อนจะยิ้มกว้างขวางทั้งที่ใบหน้ายังไม่พ้นจากคำว่างัวเงียด้วยซ้ำ

“ขอบคุณฮะ”
ยามะพีตอบรับคำของยูยะด้วยการเอื้อมมือเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าใสขึ้นทัดหู ก่อนจะตบท้ายด้วยจูบที่หน้าผากเป็นการกล่าวลา

“ฝันดีนะ”
“เดี๋ยวสิฮะ...ไม่เข้าไปในบ้านก่อนเหรอ” มือเรียวรั้งที่แขนเสื้อคนจะกลับกำไว้แน่น
“หืม...”
“นะฮะ...เข้าไปก่อนนะครับ”
“อืม...ไว้วันหลังแล้วกันนะ พรุ่งนี้ฉันต้องเข้ากองถ่ายแต่เช้า” มือหนาประคองแก้มนิ่มๆเบามือ พลางเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้และแนบหน้าผากชิดกันและกัน

“ก็เพราะพรุ่งนี้ยามะพีจะไม่อยู่นะสิฮะ”
“หืม...”

ใบหน้าหงอยๆ บวกน้ำเสียงเหงาๆถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจอ้อนก็เถอะ แต่ให้ตายเถอะ...มันมักจะทำให้ยามะพีต้องสองจิตสองใจ ยอมให้ทุกทีไปซิ

“เฮ้อ ถ้าอย่างนั้น...ลงไปรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป” แววตาหม่นหมองทอประกายวิบวับขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่ายามะพีกำลังปลดเข็มขัดนิรภัยพลางเอี้ยวตัวไปหยิบของ เจ้าตัวดีรีบตื่นเต็มตากุลีกุจอจัดการส่วนของตัวเอง รีบเปิดประตูรถลงไปรอไม่ลืมจะหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองมาถือให้เรียบร้อย

ยืนรออยู่หน้าประตูบ้าน จนยามะพีที่จัดการเก็บสัมภาระและปิดล๊อกรถเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาใกล้นั่นล่ะ ยูยะถึงเปิดประตูรั้วเข้าไปพลางส่งเสียงดังลั่นให้คนในบ้านรับรู้ถึงการกลับมาของเขาและพาใครอีกคนที่คุ้นเคยมาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง








ดูเหมือนทุกครั้งที่ยามะพีมาที่บ้านหลังนี้ เขาจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีเสมอจากพ่อแม่ของยูยะ ไม่เว้นแม้แต่วันนี้ ก็ยังมีโอกาสได้นั่งคุยและร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวของยูยะอย่างอบอุ่นเช่นเคย




‘วันนี้จะอยู่ค้างก็ได้นะจ๊ะ...เดี๋ยวป้าจะหยิบชุดนอนของคุณลุงมาให้ยืมใส่ คิดว่ายามาชิตะคุง คงจะใส่ของยูยะคุงไม่ได้หรอกนะ ใช่ไหม’

‘แม่กำลังจะบอกว่าผมไม่รู้จักโตใช่ไหมฮะ’
‘ก็หรือไม่จริงล่ะจ๊ะ’
‘ใครบอกล่ะฮะ...ไม่ใช่ความผิดผมนะฮะ ยามะพีต่างหากที่โตเกินคนปกติ’

‘อ้าว...แล้วไหงมาลงที่ฉันล่ะ...ขอบคุณครับที่อุตส่าห์ชวนค้าง พอดีพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า เอาไว้...วันหลังจะมารบกวนแล้วกันฮะ’

‘น่าเสียดายจัง แต่วันหลังก็วันหลังจ๊ะ แต่คราวหน้ามาก็บอกล่วงหน้านะ ป้าจะทำกับข้าวอร่อยๆไว้รอท่า’
‘ขอบคุณครับ แต่กับข้าววันนี้ก็อร่อยมากแล้วฮะ’
‘ยามะพีน่ะ...ทานอะไรก็อร่อยอยู่แล้วล่ะฮะ’
‘พูดแบบนี้ก็กำลังจะบอกว่า...กับข้าวของแม่ไม่อร่อยเหรอ ยูยะ’
‘เปล่านะครับแม่...พ่อก็ พูดแบบนี้ได้ไง’
‘ก็เราพูดแบบนั้นเอง พ่อก็นึกว่า...’
‘โห...พอยามะพีมา พ่อกับแม่ก็เข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูกตัวเองอีก แบบนี้น่าน้อยใจนะครับ’







“นั่งยิ้มอะไรอยู่เหรอฮะ”

เสียงใสๆของคนที่เดินออกมาพร้อมกับชุดนอน ในมือมีผ้าขนหนูซับปอยผมเปียกชื่น ใบหน้าดูสดใสหลังจากที่ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายเป็นที่เรียบร้อย

“เรื่อยเปื่อยน่ะ” ยามะพีตอบพลางตบที่ปลายเตียงของยูยะที่ตอนนี้มีชายหนุ่มกำลังจับจองนั่งเล่นเงียบๆอยู่ เป็นเชิงเรียก เด็กหนุ่มก็ช่างว่าง่ายเดินเข้าไปใกล้ ให้ยามะพีจัดการหยิบผ้าขนหนูในมือของยูยะมาซับน้ำ เช็ดผมให้เสียเอง

“จะไม่ค้าง...จริงๆเหรอฮะ”
“อืม...เดี๋ยวพอนายเข้านอนฉันก็จะกลับ ที่เป่าผมอยู่ไหนล่ะ”
“ในลิ้นชักหน้ากระจกฮะ”

ยามะพีเดินไปยังที่ที่ยูยะบอก ก่อนจะหันมามองด้วยสายตาอีกครั้ง

“ซ้ายบนครับ”

ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้งพร้อมกับไดร์เป่าผมที่เจ้าตัวเสียบกับปลั๊กเสียบโคมไฟที่อยู่หัวเตียง ยูยะนั่งผ่อนคลายปล่อยให้คนที่กำลังขะมักเขม้นกับการเป่าผมของเขาให้แห้ง จนเผลอเอนอิงตัวพิงหลังกับไหล่ของคนที่นั่งซ้อนกันอยู่ หลับตาพริ้ม

“อืม...แห้งแล้ว” ยามะพีเอ่ยพลางเก็บวางไดร์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงแทนการเดินไปเก็บไว้ที่เดิม แขนทั้งสองข้างพาดโอบรอบตัวของยูยะเอาไว้หลวมๆ

“ขอบคุณครับ”
“ง่วงแล้วหรือยัง” ถามพลางจูบเบาๆที่ขมับ
“ฮะ...” ยูยะตอบรับจูบนั้นด้วยการซบซุกที่ไหล่ของยามะพีต่อเป็นการยืนยัน

“ถ้าอย่างนั้นก็นอนได้แล้ว...ตัวดี” ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบพลางขยับตัวยูยะให้ล้มตัวลงนอนกับเตียงนุ่มนิ่ม เคลื่อนย้ายตัวเองลงมานั่งกับพื้นห้องที่ปูด้วยพรม ขยับผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงอก มือหนาตบเบาๆที่ผ้านวม ก่อนจะเลื่อนขึ้นประคองที่ใบหน้า ใช้มืออีกข้างเท้าคางจ้องมอง

“หลับตาซะ”
“ราตรีสวัสดิ์ฮะ...ยามะพี” คนตาปรือยิ้มหวานให้ รอจนคนที่นั่งเฝ้าโน้มตัวเข้ามาใกล้ จูบราตรีสวัสดิ์ที่หน้าผากเนียน ไล่มาถึงปลายจมูกโด่ง แตะเบาๆที่เปลือกตาทั้งสองข้างและจบที่ริมฝีปากอุ่นหวานนั้น ฝ่ามืออุ่นลูบเส้นผมและหัวทุยสวยเป็นการกล่อม

ใบหน้าพร้อมกับเสียงบอกฝันดีของยามะพีเป็นสิ่งสุดท้ายที่ยูยะรับรู้ก่อนจะดำดิ่งเข้าสู้ห้วงหมอกสีขาวและสติรับรู้ที่ค่อยๆเลือนรางและดับสนิทลง

ทั้งที่ความจริงอยากจะอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้...แท้ๆ









วันรุ่งขึ้นยูยะถึงรู้จากแม่ว่า เมื่อคืนกว่ายามะพีจะขับรถออกจากบ้านของเขาก็เกือบเข้าวันใหม่แล้ว ทั้งที่ความจริงออกไปดึกขนาดนั้น ก็น่าจะอยู่นอนที่บ้านเขาเสียเลยก็ได้ เด็กหนุ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วก็พลางอดนึกเป็นห่วงว่าคนที่อยู่กล่อมเขาจนหลับจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถึงเมื่อเช้าจะส่งข้อความมาปลุกแต่เช้าก็เถอะ แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดีล่ะ




“รู้อย่างนี้...ไม่รั้งให้อยู่ด้วยก็ดีหรอก”
“บ่นงึมงำอะไรคนเดียวนะ...ยูยะ” มัสสึดะที่เพิ่งจะซ่อมเต้นจบเพลงไป เดินเข้ามาหา ยกขวดน้ำขึ้นดื่มน้ำดับกระหาย

“อืม...เมื่อคืนยามะพีกลับบ้านดึกนะ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง”
“หืม...เที่ยงแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ลองโทรไปล่ะ” มัสสึดะออกความเห็น หลังจากที่ถือวิสาสะชะโงกหน้ามองนาฬิกาข้อมือของเพื่อนน้องเล็กในวง

“ดึกขนาดไหนล่ะ” เรียวที่ยังอุตส่าห์ได้ยิน ถามลอยๆ พลางเอนตัวลงนอนพาดศีรษะกับพนักโซฟา เหมือนกับเหนื่อยจะแย่ ทั้งที่เพิ่งเต้นไปได้ไม่ถึงครึ่งเพลงแท้ๆ

“ห้าทุ่มกว่าฮะ...”
“หึ...งั้นก็ไม่ต้องห่วงมันหรอก แค่สามชั่วโมงก็พอแล้วสำหรับคอทองแดงอย่างไอ้พี”
“แต่วันนี้มีถ่ายทั้งวัน...จะไม่เหนื่อยเหรอฮะ” ยังอดหวั่นใจไม่ได้อยู่ดี
“มันกินเหล้าทั้งวัน...เมาค้างหัวราน้ำ ยังมีปัญญามาทำงานต่อวันรุ่งขึ้นได้เลย ไม่ต้องไปห่วงมันหรอก” พูดซักคิดภาพได้เลย...เรียวจัง

“อืม...อ๊ะ”
“อะไร” มัสสึดะที่ดื่มน้ำจนหมดขวดหันมาถามทันทีที่เห็นยูยะอุทานมองหน้าจอตาวิบวับ
“ยามะพีโทรมา” ไม่ตอบเปล่า ยังกดรับยิ้มหวานให้อีกดอก

“ครับ...”
‘รับเร็วจัง’

“ก็...กำลังคิดว่าจะโทรไปหาอยู่พอดีเลยฮะ” ยูยะหันมาพยักหน้าให้กับมัสสึดะที่ส่งสัญญาณชี้ไปข้างหลังห้องเป็นเชิงบอกว่าจะเดินไปหาโคยาม่าที่ยืนคุยอยู่กับชิเงะ

‘ซ้อมเสร็จแล้วเหรอ’
“ได้พักนะครับ...ยามะพีล่ะฮะ”

‘อืม...เหมือนกัน ว่าจะหาที่นอนสักงีบนะ’
“เพราะผมหรือเปล่าครับ”

‘หืม...เปล่าหรอก ว่าจะนอนเอาแรงหลังกินเสร็จนะ’
“จริงๆนะครับ”

‘ฮ่าฮ่าฮ่า...ฉันน่ะได้นอนแค่สามชั่วโมงก็พลังงานเหลือหลายแล้ว’
คำพูดนี้มัน...คุ้นๆหูแหะ

“เพราะขนาดเมาหัวราน้ำ ก็ยังมาทำงานต่อได้ใช่ไหมครับ”
‘…’
“เรียวจังบอกมานะครับ” คนถูกพาดพิงเหล่มองยูยะที่หันมายิ้มให้ หลังจากที่ได้ยินชื่อของตัวเองอยู่ในบทสนทนานั้นด้วย

‘อย่าไปเชื่ออะไรกับคำพูด ไอ้เรียวมันมากล่ะ’
“อะ...ฮะ แล้วผมจะบอกเรียวจังให้นะครับ” เรียวยิ้มยกที่มุมปาก ก่อนจะผงกหัวหันไปหาโคยาม่าทันทีที่คิดอะไรดีๆขึ้นมาได้

“เฮ้ย...โคยาม่าในตู้เย็นยังมีเบียร์เหลืออยู่บ้างไหมว่ะ” ตะโกนซะกลัวเสียงจะส่งไปไม่ถึงปลายสายโทรศัพท์ของยูยะเลยนะ พ่อทูนหัวของยูยะก็แสนจะรู้ใจใสซื่อ

“อืม...ยังมีอยู่ นายจะเอาเหรอเรียว เพิ่งจะกลางวันแสกๆเลยนะ”
“ไม่เห็นเป็นไร ยูยะ...มากินด้วยกันสิ วันนี้ไอ้พีไม่อยู่ ฉันไม่ห้ามหรอกนะ...ถ้านายอยากจะกินจนเมาน่ะ” ยูยะกลั้นขำมองดูหน้าเรียวก็รู้ว่าไม่ได้จริงจังอะไรก็แค่อยากจะแกล้งคนเล่น แถมยังเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟา ใกล้เรียวที่กวักมือเรียกยิกๆ

ในขณะที่คนเรียกก็รับเอากระป๋องเบียร์มาจากโคยาม่าที่อุตส่าห์ใจดีเดินไปหยิบมาบริการให้อีก แล้ววยูยะก็ได้รู้ในวันนี้ว่าเรียวมีความสามารถพิเศษในการเปิดฝาเบียร์ให้มีเสียงดังได้ด้วย

‘ห้ามแม้แต่จะคิดนะยูยะ...ถ้านายอยากให้งานวันนี้ของฉันออกมาดี ไม่มีการถ่ายแก้ให้เสียเวลาอยู่กับนายล่ะก็...อย่าผิดสัญญาที่ให้กับฉัน’
“ถ้างั้น...วันนี้ยามะพีต้องมารับผมนะฮะ”
‘เดี๋ยวนี้รู้จักต่อรองแล้วเหรอ’

“ก็ถ้าไม่อยากให้ใครเห็น ยามะพีก็ต้องมารับผมก่อนที่ผมจะดื่มจนเมาสิครับ”
‘เทโกชิ ยูยะ’

“หึ...ไม่เป็นไรหรอก...ถ้ายูยะเมาฉันจัดการเอง แค่นี้น่ะ ฉันจะมอมเหล้าเด็กแก”

‘ไอ้เรียว เฮ้ย...ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด’
เรียวคืนมือถือกลับคืนเจ้าของก่อนจะหัวเราะสะใจบวกแนวเย้ยหยัน หลังจากที่ถือวิสาสะกดปิดเครื่องไปด้วยเสร็จสรรพ พลางกระดกเบียร์ในมือขึ้นดื่ม เพราะเสียดายที่อุตส่าห์เปิดแล้วจะไม่มีใครกินมันจะเสียของ

“งานนี้ได้เห็นคนเดินเป็นหนูติดจั่นแน่”
“แบบนี้...ผมไม่ยอมโดนลงโทษคนเดียวหรอกนะฮะ”
“ก็รอดูไปแล้วกัน...ถ้าอีกสามชั่วโมงมันยังมาไม่ถึงบริษัท ฉันยอมให้นายเอากระป๋องเบียร์ขวางชิเงอากิเลย...ยูยะ” ยังแอบคิดประทุษร้ายคนอื่นอีกนะ

“เฮ้ย...ยามะพีโทรมาทำไมอะ ทำไมไม่โทรเข้าเครื่องยูยะล่ะ” พูดยังไม่ทันขาดคำ ความซวยมาเยือนชิเงะก่อนที่ยูยะจะได้ปากระป๋องใสเสียอีก ชิเงะที่ยืนมองโทรศัพท์ของตัวเอง หันไปมองยูยะกับเรียวที่ยิ้มรู้กันอยู่สองคน

“ถ้าอยากโชคดีตลอดทั้งวัน ฉันว่านายอย่ากดรับจะดีกว่านะ ชิเงะ” เป็นคำเตื่อนจากเรียวจังที่นั่งทำหน้าหวังดีที่สุดในชีวิต

“ผมว่าจะโชคร้ายมากกว่านะสิฮะ...ที่ไม่กดรับ” ยูยะกระซิบบอกกับเรียวสองคน แต่ดูเหมือน...คำเตือนของเรียวดูจะมีน้ำหนักให้เชื่อจนเจ้าของเครื่องโทรศัพท์ยังตัดใจว่างออกไปไกลตัวเลย

“นั้นก็...ความโชคร้ายของมันเองแล้วล่ะ”
“แล้วแบบนี้ผมจะรอดไหมฮะ...เรียวจัง” พอทำไปแล้วก็เริ่มจะรู้สึกกลัวๆขึ้นมาบ้างล่ะ
“ถ้าไม่อยากโดนลงโทษ นายก็เมาหลับซะซิ” เป็นคำแนะนำที่ดีจริงๆ
“เอาไหมล่ะ” แถมยังยื่นส่วนที่ตัวเองดื่มให้อย่างมีน้ำใจอีกแนะ ยูยะยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะส่ายหน้าจนผมปลิว

“ไม่ล่ะครับ...ผมสัญญากับยามะพีไว้”
“แน่ใจ?”
“ฮะ...”
“ถ้าอย่างนั้น...ก็ตามใจ” เรียวไม่คะยั้นคะยออะไรต่อเขาเลือกที่จะนั่งยิ้มเปลี่ยนจากกระดกเป็นจิบช้าๆ ไม่เร่งรีบ ปล่อยให้ยูยะเอนหัวมาพิงไหล่เหมือนปกติ

“เรียวก็อย่าดื่มมากนะครับ ผมเป็นห่วง”
“ไปห่วงไอ้พีมันจะดีกว่าไหม...ฉันล่ะ สงสารกองถ่ายวันนี้จริงๆ หึ...”
นั่นซินะ...แล้ววันนี้กองถ่ายจะวุ่นขนาดไหนล่ะเนี๊ย

"ฉันพนันไว้เลยว่าผู้กำกับต้องยิ้มร่า เพราะพระเอกของเรื่องตั้งใจถ่ายแบบเทกเดียวผ่านแน่ๆ"
"จะแน่เหรอฮะ"
"ก็คอยดูแล้วกัน"







แล้ววันนั้น...ยูยะก็ได้เห็นหนูติดจั่นตัวโตที่มีหน้าถมึงทึงยิ่งกว่าอะไรดีอย่างที่เรียวจังบอกเป๊ะ..แม้แต่เวลา ก็แทบจะไม่คาดเคลื่อนด้วยซ้ำ คงไม่ต้องถามว่าฉากวันนี้จะได้กี่เทกกันหรอกมั้ง

ยังดีที่ยูยะรู้จักเอาตัวรอดด้วยการหลับรออยู่บนโซฟาตั้งแต่สามโมงครึ่ง ดังนั้นก็เลยไม่ถูกลงโทษใดๆ จากผู้พิพากษาที่คงตั้งท่าจะมาเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ที่บังอาจต่อรองแล้วแถมยังรวมหัวกับเรียวมาแกล้งอีก

‘ถ้ากลัวไอ้พีจะลงโทษ ก็นอนหลับไปเลยซะสิ...มันคงไม่ได้ยากสำหรับนายหรอกนะ’

ต้องขอบคุณคำแนะนำของเรียวจังนะเนี๊ยที่ทำให้ยูยะรอดตายหวุดหวิด









“ตื่นมาล่ะ...เห็นดีกันแน่ ตัวแสบ” คนที่ใช้ตักของตัวเองต่างหมอนให้คนที่หลับไม่รู้เรื่อง แม้แต่ตอนที่นั่งลงมาบนโซฟาก็ยังแค่งึมงำๆเท่านั้น พอเห็นแบบนี้เขาก็เลย ใจร้ายแกล้งไม่ลงเลยสิ...ให้ตาย




‘ก็แค่นอนหลับ...ไม่ได้เมาหลับหรอก’



ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ก่อนจะเกลี่ยปอยผมคนที่ขยับตัวซุกหาความอบอุ่น

“อืม...ยา...ม...ะ...พี” เจ้าของชื่อก้มลงหอมแก้มเนียนแผ่วเบา ก่อนจะพยุงตัวคนที่เริ่มขยับตัวงุนงง ให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งพิงหลังกับอกของเค้า

“กลับบ้านได้แล้ว”
“อืม...” ถึงจะขานตอบรับ แต่คนข้างหลังก็ยังต้องคอยประคองรอจนสะพายกระเป๋าที่ยูยะนอนกอดเอาไว้ขึ้นหลังแล้ว ถึงได้สอดมืออุ้มคนหลับจนตัวลอย ลุกขึ้นเดินออกจากห้องที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เขาสองคน งานนี้อุ้มไปถ้าจะดีกว่านะ

ยามะพีปล่อยให้แขนเรียวเล็กวาดโอบรอบคอเป็นที่ยึด ใบหน้าซบกับไหล่ของเขา ออดอ้อนเหมือนปกติเวลาง่วงเซา

“ยามะพี...”
“หืม...”
“วันนี้ผม...รักษาสัญญานะฮะ”
“อืม...รู้แล้ว”

“ไม่โกรธผมนะครับ...”
“อืม...ดูก่อนแล้วกัน ยังมีอีกบัญชีที่กำลังรอสะสาง”
“แล้วผมจะรอนะครับ”
“อืม...หลับไปเถอะ ถึงบ้านแล้วฉันจะปลุก”

“อย่าลืม...นะฮะ”
“ไม่ลืมหรอก”

ประตูลิฟต์ค่อยๆปิดลงช้าๆ...พร้อมๆภาพของเด็กหนุ่มที่เงยหน้ารอรับจูบอุ่นจากคนรักที่กำลังบรรจงประทับเบาๆที่หน้าผากเป็นการยืนยัน...สัญญา

:: THE END::
Category : One ● shot


  • password
  • เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

trackbackURL:http://lecielinlove.blog.fc2.com/tb.php/4-8f14b9f6
▲ top