Do you know, What's Today?

Posted by Leciel ღ Inlove on 25.2011 0 comments 0 trackback
The Story :: Do you know, What's Today?
Type :: One shot
Character :: Yamapi & Yuya
By. Leciel_InLove




ยามะพีรู้ไหมฮะ...ว่าพรุ่งนี้วันอะไร

 

 

 


อืมมมมม!


การตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าๆ แล้วได้บิดขี้เกียจจนสุดกำลังดูเหมือนจะทำให้เขารู้สึกตาสว่างขึ้นมาบ้างแม้ว่าช่วงนี้อากาศจะหนาวยะเยือกจนอยากจะกระโดดลงไปแช่ตัวในน้ำอุ่นๆสักสี่สิบองศาก็ตามที เสียงกระดูกลั่นตามเนื้อตามตัวค่อยทำให้ร่างกายผ่อนคลายความเหนื่อยล้าเมื่อยขบจากการตรากตรำทำงานมาหลายวันได้บ้าง แต่วันนี้เขาก็คงต้องกลับไปสู้รบปรบมือกับมันอีกตามเคย เพราะมีทั้งโซโล่ โปรโมทและอีกมากมายที่ตารางของวันจะพอยัดๆจัดๆลงไปได้รอคอยอยู่
...ใช่ว่าวันนี้จะมีแค่งานเท่านั้นที่รอเขาอยู่

 



ครืด ครืด...ครืด ครืด!

 

 


นั่นไง...คิดถึงยังไม่ทันไร คนที่ยามะพีรู้ว่าจะต้องไปเจอนอกจากงานก็มาทำให้หายคิดถึงแล้ว



ตื่นหรือยังฮะ ตอนนี้ผมออกจากบ้านแล้วนะ...ยูยะ

 


ไอ้ความคิดว่าจะนั่งเกียจคร้านหรือล้มตัวลงนอนอีกสักงีบสองงีบคงต้องพับเก็บไปก่อน ก็เพราะถ้าเขายังเอ้อระเหยอยู่ล่ะก็...มีหวังคนที่นั่งกระเง้ากระงอดเอากับเขาเมื่อวานจะงอนเข้าจริงๆ งานนี้มีหวังเรื่องยาวแน่ๆ


ยามะพีรู้ไหมฮะ...ว่าพรุ่งนี้วันอะไร
หืม? ปฎิทินอยู่ตรงหัวโต๊ะนะ...ยูยะ
ผมไม่ได้อยากดูปฎิทิน แต่ผมอยากรู้ว่ายามะพีรู้หรือเปล่า


ก็...ไอ้รู้นะ เรื่องอะไรล่ะ ใครๆเขาก็รู้กันอยู่แล้วว่าพรุ่งนี้วันพุธและคงจะเป็นอีกวันวุ่นวายที่ฉันต้องขลุกอยู่แต่ที่บริษัทและสตูดิโอหรืออาจจะหนักกว่าวันอื่นๆ


วันไหนๆ ยามะพีก็ยุ่งอยู่ตลอดนั่นล่ะ
พูดแบบนี้ไม่พอใจอะไรอีกล่ะ
แล้วมันน่าพอใจตรงไหนล่ะฮะ


ดูท่าคงต้องต่อความกันอีกยาว ยามะพีเลยตัดสินใจเงยหน้าขึ้นจากสคลิปงานมองคนหน้าบูดที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆแล้วยิ้มระอาส่ายหน้าเบาๆ

 

ดูเหมือนถ้าเขายังอมพะนำไม่บอกว่ารู้อยู่แล้วว่าพรุ่งนี้วันอะไร เจ้าเด็กแสบน้องรักประจำวงที่ใครๆก็พากันทั้งรักทั้งเอ็นดูคงจะไม่ยอมรามือแน่ๆ

 

 

ฉันรู้แล้วกันว่าพรุ่งนี้วันพุธที่สิบเอ็ดพฤศจิกายน วันสุดแสนจะสำคัญของฉันเพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของเด็กจอมซนที่ไม่รู้ว่าฉันไปหลงรักได้ยังไง แถมตอนนี้กำลังนั่งหน้างองอแงจนไม่เป็นอันให้ฉันได้ทำงาน เพียงเพราะกลัวว่าฉันจะลืมว่าพรุ่งนี้เป็นวันอะไร...ทีนี้พอใจหรือยัง

ประโยคหลังเหมือนจะว่าผมใช่ไหมฮะ
ใครจะไปกล้าล่ะ
ได้ยินอยู่เต็มหูเลย


เสียงกระเง้ากระงอดที่ถ้าไม่ใช่ยูยะทำ ยามะพีก็การันตีได้เลยว่าคงไม่มีใครทำได้น่ารักเท่า ดังแว่วให้ได้ยินแค่สองคนก่อนที่เขาจะลืมงานที่วางกองอยู่บนตัก คว้ามือเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตรงไหล่มากุมจับแล้วจูบเบาๆ


ฉันไม่ลืมหรอกนะ แต่พรุ่งนี้ฉันคงต้องยุ่งทั้งวัน นายไปฉลองกับพวกโคยาม่าให้สนุกเถอะ แล้วว่างๆ ฉันจะย้อนหลังให้...นะ
อืม...ยามะพีอยากให้ผมไปเหรอ
ก็...น่าสนุกออก
แต่ผมไม่อยากไปนิ
ทำไมล่ะ


ใบหน้าเล็กๆ ยื่นเข้ามาวางคางไซ้ที่ไหล่ของยามะพี เงียบกริบไม่เฉลยคำตอบอยู่นานจนยามะพีต้องเอนหน้าเหลือบมองจนเห็นว่าริมฝีปากเล็กเรียวจะยิ้มยกมุมน้อยๆนั่นล่ะ เขาถึงฝังจูบไว้ที่ขมับของยูยะ


พรุ่งนี้ผมจะมาบริษัท
หืม...
แล้วจะเมสเสจไปหานะ




 


ยังไม่ถึงอีกเหรอ ผมจะแข็งตายอยู่แล้วนะ...


ข้อความตัดพ้อสั้นๆ ที่ทำให้ยามะพีตัดสินใจหักเลี้ยวเข้าจอดรถในลานจอดของบริษัทอย่างรวดเร็ว ทำเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อนจะออกวิ่งทันทีที่ล็อครถ แต่ยังไม่ทันที่ประตูเข้าบริษัทจากชั้นลานจอดรถจะปิดดีด้วยซ้ำตอนที่เขาผลักเข้ามา ยามะพีก็ต้องขานชื่อคนที่นั่งจุมปุกคดตัวอยู่ข้างๆลิฟต์เสียงลั่นพลางก้าวยาวๆเข้าไปถึงตัวเพียงไม่กี่ก้าวเพราะใบหน้าของคนที่พอได้ยินชื่อตัวเองก็ยิ้มกว้างขวางขนาดนั้นมันจะระเรื่อเห็นชัดแถมยังเอามืออังปากไล่ความหนาวที่เป็นไออยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่ามานั่งทนหนาวนานแค่ไหนแล้วนะเนี่ย

นึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์หิมะหรือไง ถึงได้มานั่งเล่นอยู่ที่นี่นะ ชั้นนี้เขาไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำความร้อนไว้หรอกนะ หาเรื่องเป็นไข้รับวันเกิดหรือไงกัน...นายนี่มันจริงๆเลยนะถึงปากจะดุแต่ก็ยังนั่งรวบมือของยูยะขึ้นมาถูเบาๆ แต่ก็ค้อนให้หลายทีอยู่ ดูเอาเถอะขนาดโดนว่าก็ยังนั่งยิ้มหน้าทะเล้นได้อีกนะ

แต่ผมก็ยังไม่แข็งตายนะ
ถ้ามาช้ากว่านี้ก็เกือบล่ะ แทนที่จะขึ้นไปรอบนห้อง แล้วนี่ถ้าฉันยังไม่มาคิดจะนั่งอยู่ตรงนี้ไปถึงเมื่อไรล่ะ
จนกว่ายามะพีจะมา

ก็...ผมอยากเจอยามะพีเป็นคนแรกของวันนี้นินา ไม่นับพ่อกับแม่หรอกนะ

เพราะไอ้ประโยคเมื่อกี้ที่ยูยะพูด มันจะทำให้คนฟังหายโมโหไปได้แทบจะปลิดทิ้งทีเดียว ดูเอาเถอะคิดว่าจะดุว่าอีกสักคำสองคำ ไอ้สิ่งที่คิดจะพูดในหัวมลายหายไปสิ้น เลยพูดต่อว่าได้แค่คำสั้นๆ แล้วก็ต้องดึงเอาคนที่แก้มยังแดงระเรื่อเข้ามากอดซุกไหล่เขาแทนเสียอย่างนั้น

เด็กบ้าเอ้ย
...ถือซะว่าเปลี่ยนจากการถูมือให้ความอบอุ่นๆ เป็นไออุ่นจากอ้อมกอดไปแล้วกันนะ



 



วันทั้งวันยูยะแทบจะไม่อยู่ห่างจากยามะพีเลยแม้แต่นาทีเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะบอกให้นั่งรออยู่ในห้อง แต่ก็ไม่วายจะขอตามไปด้วย แล้วเขาก็ไม่ปฎิเสธที่จะมีเด็กหนุ่มติดสอยห้อยตามไปไหนต่อไหน ถึงบ่อยครั้งจะคอยแอบเหลือบมองเพราะกลัวว่าจอมซนจะเบื่อ แต่ก็ไม่ยักจะมีใบหน้าเหนื่อยหน่ายให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวนอกจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะร่าตลอดวัน

น่าแปลก...ที่วันนี้เขาไม่เหนื่อยหน่ายกับการทำงานเหมือนวันไหนๆ

ที่สำคัญยามะพีต้องยอมรับว่าใครๆก็รักเจ้าเด็กดื้อของเขากันทุกคนจริงๆ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่พ้นจะได้ยินเสียงอวยพรวันเกิดหรือจะของเล็กๆน้อยๆติดไม้ติดมือมาให้อยู่ตลอด ไม่ต้องห่วงว่ามาทำงานกับเขาแล้วยูยะจะอดอยากเลย แค่เอ่ยปากว่าอยากจะได้อะไร ก็มีคนพร้อมใจกันมาประเคนให้ถึงมือแบบไม่อิดออดอยู่แล้ว เขาเลยพอจะว่างใจไปได้เปราะหนึ่งที่คนรักของเขาจะมีคนช่วยดูแลอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วจะไม่จำเป็นก็ตาม


...และอีกหนึ่งอย่างที่ยามะพีได้รู้เพิ่มเติมสำหรับวันนี้

ยูยะชอบให้ยามะพีเดินจูงมือเวลาไปไหนด้วยกันนะ

 





ยามะพี...ผมหิวแล้วนะเสียงใสๆ ที่ไม่รู้เข้ามาใกล้ตัวตั้งแต่เมื่อไรมาพร้อมกับจานข้าวที่ตักเตรียมไว้จนครบครันและมีในปริมาณมากพอที่จะทำให้เขาอิ่มได้จนถึงค่ำ ถูกยื่นส่งมาให้ตรงหน้า

กินด้วยกันนะ ผมรู้ว่ายามะพีก็หิวชายหนุ่มรับจานมาไว้กับตัว ตบๆโซฟาข้างๆให้ยูยะได้นั่งใกล้ๆ รอจนเห็นว่าคนที่อุตส่าห์ยกมื้อบ่ายมาให้กินจะตักเข้าปากนำร่องไปก่อนนั่นล่ะ ถึงได้ห่วงท้องห่วงไส้ของตัวเอง

ดูเหมือนฉันจะเสียเปรียบเรื่องปริมาณของข้าวนะ
ก็วันนี้ยามะพีทำงานหนักก็ต้องกินเยอะๆสิ
ไม่ใช่ว่านายมันชอบกินน้อยเป็นนิสัยหรือไง ถึงได้ไม่โตสักที
พูดเรื่องนี้อีกล่ะ วันนี้ผมอายุยี่สิบสองปีบริบูรณ์แล้วนะ
แต่ก็ไม่ยักกะสูงตามอายุนะ
ยามะพี!
ฮ่าฮ่าฮ่า...โอเคไม่ล้อไม่ล้อ

แล้วมื้อนี้ยามะพีก็ได้เห็นเด็กตาโตค้อนตาหลับตาเหลือก แถมพลุ้ยข้าวซะเต็มปากให้ได้ยิ้มล้อเลียนไปหลายทีเชียว

...แกล้งคนรักให้โกรธตอนมื้ออาหารเนี่ย

ก็ถือเป็นยาชูกำลังได้เหมือนกันนะ

 





เดี๋ยวฉันจะต้องอยู่แต่ในห้องซ้อมตลอดบ่าย นายจะไปด้วยไหม
ถ้าผมเข้าไป ยามะพีจะเสียสมาธิเปล่าๆนะ

ใช่...ถึงวันนี้ยูยะจะมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้เข้ามารบกวนเวลาทำงานของเขาเลยแม้แต่น้อย จะโผล่หน้ามาให้เห็นก็ตอนที่เห็นว่าสมควร ถึงจะอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่ได้ใกล้จนเลยเถิดไปถึงเวลางาน ออกจะนั่งแอบอยู่เงียบๆด้วยซ้ำไป บางทียามะพีก็อดคิดห่วงไม่ได้ แทนที่วันเกิดจะได้ไปสนุกสนานเฮฮา แต่คนรักของเขากับมานั่งหง่าวอยู่นี้ ที่ต้องวุ่นกับงานแทบจะตลอดเวลา

เบื่อหรือเปล่า...ยูยะ
ท่าทางผมบอกว่าเบื่อเหรอ
เปล่าหรอก...แต่ฉันกลัวว่านายจะเบื่อ แทนที่วันนี้จะได้ไปเที่ยวกลับมาอยู่กับฉันที่ยุ่งทั้งวันมือหนาเกลี่ยปอยผมเส้นเล็กทัดหูเบาๆ แล้วลูบหน้าผากเนียนปลอบประโลม ก่อนจะเอนตัวอิงผนังเก้าอี้เพราะยูยะจะเลื่อนตัวทับอกของเขาแถมยังอาศัยไหล่ของยามะพีเป็นที่หนุนแทนหมอนอีกทีหนึ่ง

ผมเบื่อเที่ยวแล้ว อยากอยู่เฉยๆบ้าง
พูดอย่างกับนายได้ไปเที่ยวบ่อยๆ
ถึงจะไม่บ่อยเท่ายามะพีที่ชอบเที่ยวกลางคืนก็เถอะฮะ
ปากคอจัดจ้านขึ้นทุกวันนะ ฉันควรจะต้องสังคายนาเคจังครั้งใหญ่แล้วมั่ง ที่สอนลูกทูนหัวอย่างนายไม่ดี ชอบต่อปากต่อคำนะ

แล้วที่ผมพูดเนี่ย...มันผิดหรือเปล่าล่ะฮะสุดท้ายก็จนต่อความจริง ยามะพีเลยได้แค่ปิดปากเงียบ แล้วโอบแขนข้างหนึ่งรอบเอวบาง ส่วนมืออีกข้างสัมผัสแก้มใสๆอย่างทะนุถนอม

อย่าเพิ่งกลับบ้านจนกว่าฉันจะเสร็จงานนะ
ถึงไม่บอก...ผมก็จะรออยู่แล้วล่ะ ยามะพีต้องเป็นสารถีไปส่งผมกลับบ้านด้วย
ถึงไม่บอก...ฉันก็ทำอยู่แล้วล่ะ




ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ยามาชิตะคุง ห้องซ้อมพร้อมแล้วนะครับ
เดี๋ยวตามไปครับ

ยูยะรีบขยับตัวอย่างรู้งานหลังจากที่ยามะพีขานรับคำบอกกล่าวของสต๊าฟ ไม่ลืมที่จะหันมายิ้มกว้างๆให้กับคนที่หันมาสบตาพอดี ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปจุ๊บเบาๆที่ปากอิ่มๆของเขา แล้วยิ้มกว้างๆ แต่ก็พอจะเห็นว่ามีรอยระเรื่อแดงๆฉาบอ่อนๆอยู่ที่แก้มใสๆทั้งสองข้าง

แล้วผมจะนั่งเล่นเกมส์รอ ยามะพีไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ

 

ชายหนุ่มไม่ได้พูดรับคำใดๆ แต่กลับชะโงกเข้าไปจูบปากยื่นๆของยูยะอีกครั้งอย่างติดใจ พาลเลยไปที่แก้ม หน้าผากและจมูกรั้นๆอย่างหมั่นเขี้ยว ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบลุกไปทำงานจริงๆ เขาอาจจะเอ้อระทวยทดเวลาอีกสักจูบสองจูบล่ะ ถ้าไม่ถูกยูยะผลักๆดันๆให้ลุกไปได้แล้ว ยามะพีก็คงไม่รู้จักพอ แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปก็ยังไม่วายจะหันมามองคนที่นั่งโบกมือไหวๆ อยู่เบื้องหลัง แล้วพูดแบบไร้เสียงให้อ่านริมฝีปากเอา

‘...ว่าจะรีบกลับมาทวงจูบอีกสักทีสองทีนะ


 

 




เป็นจริงอย่างที่คาด...กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ต้องซ้อมจนดึกดื่นใกล้ค่อนคืนไปหลายขุม แต่ถึงจะเหนื่อยขนาดไหน ยามะพีก็ยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่ได้สนใจเท่าคนที่สัญญาว่าจะไปส่งกลับบ้านที่กำลังนั่งรออยู่ในห้องนั้นล่ะ ยิ่งพอวิ่งเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่ามืดสนิท เงียบฉี่ไม่มีเสียงต้อนรับเหมือนเคยๆก็ยิ่งใจหาย แต่เพราะเห็นว่ามีเงารางๆ นอนหันหลังให้กับประตูอยู่บนโซฟา ใจเลยชื่นขึ้นมาบ้าง เพราะอีกใจก็กลัวว่าเด็กดื้อจะแอบหนีกลับบ้านไปก่อน เพราะทนรอไม่ไหวนะสิ

เขาเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบกริบ ปิดประตูให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ วางของที่อุตส่าหฺประคองเอาไว้ตลอดทางบนโต๊ะใกล้กัน ก่อนจะคุกเข่าลงนั่งข้างโซฟา เท้าคางมองดูคนที่เริ่มจะขยับขยายตัวนอนหงายผ่อนลมหายใจเชื่องช้าดูเหมือนจะหลับสนิทไม่รู้เนื้อรู้ตัวจริงๆ

ดูเอาเถอะ...แทนที่จะไปนั่งฉลองเที่ยวให้สนุกรับวันพิเศษของตัวเอง กลับมานอนหลับอยู่บนโซฟาเงียบๆ แล้วดูท่าจะฝันดีเสียด้วยเพราะใบหน้าอ่อนเยาว์ดูจะฉายแววมีความสุขให้คนแอบมองได้เห็นแล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ถึงจะไม่อยากขัดความสุขเถอะนะ แต่ยามะพีก็จำต้องตัดใจปลุกคนรักของเขาตื่นลืมตา เพราะมันใกล้จะเลยเวลาเข้าวันใหม่เข้าไปทุกทีแล้ว

ยูยะ...ยูยะ ตื่นได้แล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเบาๆที่ข้างหู พลางจูบซับที่เปลือกตาข้างหนึ่งเบาๆเป็นการกระตุ้น รอจนเห็นปฏิกิริยาลืมตาช้าๆ แล้วยิ้มอ่อนๆ นั่นล่ะยามะพีถึงจูบที่กลีบปากล่างนุ่มนิ่มของคนเพิ่งตื่นเป็นการทักทาย

อืมมม...มานานแล้วเหรอฮะคนเพิ่งตื่นถามพลางอ้าปากหาวตาม ก่อนจะขยี้ตาให้มันสว่างมากขึ้นแล้วหันตะแคงมาให้คนที่นั่งยิ้มกริ่มรอคอย

ก็...นานพอที่จะลักจูบนายไปได้หลายทีอยู่ล่ะยูยะยิ้มเขินๆ ถึงในห้องจะมืดแต่เขาก็มองเห็นว่าแววตาของยามะพีแวววับขนาดไหน ดูท่าการแอบงีบดูจะเป็นวิธีที่ผิดที่เหมาะจะให้คนฉวยโอกาสชัดๆ

...ยิ่งเฉพาะกับยามะพี

ยูยะ
ฮะ
“HAPPY BIRTHDAY”

ถึงจะเป็นคำที่ใครๆเขาก็พูดให้ฟังตลอดทั้งวัน ใช่ว่าปีก่อนๆจะไม่เคยได้ยินจากยามะพี แต่มันจะรู้สึกดีตรงที่คนพูดจะเป็นยามะพี มันทำให้ยูยะทั้งเขิน ทั้งดีใจอย่างบอกไม่ถูก และเพราะไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาต้องอาย ยูยะเลยกลบเกลื่อนด้วยการขยับตัวลุกนั่งบิดซ้ายบิดขวาทีแก้เก้อ หลบเลี่ยงสายที่มองจ้องมา

ใช่ว่ายามะพีจะไม่รู้แต่เขาก็อยากจะดูว่าคนตรงหน้าจะมีท่าทียังไงต่อไป จึงนั่งมองเฉยๆ ไม่ขยับเขยื้อนใดๆ จนได้ยินเสียงชวนกลับบ้านนั่นล่ะ เขาถึงได้เอ่ยถามกลับไป

อืม...ถ้าอย่างนั้นเรากลับบ้านกันเถอะฮะ
แค่เนี่ยนะเหรอเด็กหนุ่มเอียงคอสงสัยกับคำถามปริศนาที่ยามะพีเปล่งออกมา
ครับ?”
แค่เนี่ยเองเหรอ...ที่นายต้องการจากฉันสำหรับวันเกิดปีนี้นะ
“...แค่นี้ก็พอแล้วฮะ
แต่ฉันอยากให้มากกว่านี้นะ
อ๊ะ...

ยูยะร้องเสียงหลงตอนที่ถูกคนที่นั่งอยู่บนพื้นดึงให้ลงไปนั่งบนตักของเขา ออกจะเหรอหราไม่น้อยที่เห็นว่าแขนข้างหนึ่งของยามะพีจะกอดล็อกรอบเอวเอาไว้เสียแน่นหนา แต่เพราะเสียงกริกที่ได้ยินอยู่ตรงหน้าแล้วมันจะมาพร้อมกับแสงสว่างที่เพิ่งจะเห็นว่ายามะพีถือไฟแชกอยู่ในมือและใกล้กันจะมีเค้กก้อนเล็กๆตั้งอยู่นั่นเอง

ฉันแอบไปซื้อเมื่อตอนบ่าย ฝากแช่ไว้ที่ตู้เย็นในสตูดิโอ รอว่าพอเสร็จแล้วจะมาฉลองกับนายสองคน ปีนี้ฉันทำอะไรไม่ได้มากอาจจะไม่เท่าที่เคจังอุตส่าห์วางแผนจะทำให้นาย นายคงไม่ว่ากันนะ แล้วปีหน้าเราค่อยเอาใหม่...เอาให้เค้กใหญ่กว่านี้สักสองเท่าเลยเป็นไง?”

 

ยูยะไม่ได้สนใจเค้กตรงหน้าอีกเลย ตอนที่รับรู้ว่ายามะพีให้ความสำคัญกับวันพิเศษของเขาแค่ไหน ถึงเค้กตรงหน้าจะเป็นก้อนเล็ก ไม่ได้วิเศษเท่ากับโคยาม่าที่คงจะจัดซะอลังการใหญ่โต แต่เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ามันมากพอเกินกว่าที่ตัวเองคาดคิดเอาไว้ด้วยซ้ำ

ยามะพีจำได้ไหมฮะ...ว่าเมื่อวานผมถามว่าอะไร
หืม...
ที่ผมถามว่า จำได้ไหมฮะ ว่าวันนี้วันอะไร

จำได้สิ...ก็เป็นวันพุธที่สิบเอ็ดพฤศจิกายน วันสุดแสนจะสำคัญของฉันเพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของจอมซนที่ไม่รู้ว่าฉันไปหลงรักได้ยังไง แถมตอนนี้กำลังนั่งหน้างอ งอแงจนไม่เป็นอันให้ฉันได้ทำงาน เพียงเพราะกลัวว่าฉันจะลืมว่าวันนี้เป็นวันอะไร...ฉันยังจำได้หรอกชายหนุ่มลอกคำพูดเมื่อวานมาทั้งบททั้งตอนไม่มีขาดตกให้ยูยะได้บูดปาก ก่อนจะยิ้มหวานๆแล้วส่ายหน้ากลับไปอีกที


ไม่ใช่เป็นแค่วันเกิดอย่างเดียวนะครับแต่

“…แต่มันเป็นอีกหนึ่งวันที่ผมอยากจะอยู่กับยามะพีทั้งวัน
ผมไม่ได้อยากจะอยู่กับใครในวันนี้ทั้งวันเท่ากับยามะพี ถึงเราจะไม่ได้ไปเที่ยว กินข้าว หรือทำอะไรที่ควรจะทำให้วันเกิด แต่แค่ได้อยู่กับยามะพี ก็วิเศษที่สุดแล้วล่ะฮะ

 

คำพูดซึ้งๆที่ยูยะพูดออกมา ใช่ว่ายามะพีจะไม่รู้และเข้าใจมันตั้งแต่แรกที่ยูยะบอกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าจะมาที่นี่ แต่ยิ่งยูยะพูดมันออกมาได้ตรงใจแค่ไหน ยามะพีก็ยิ่งอยากจะรักยูยะให้มากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งยูยะอยากจะอยู่ใกล้ยามะพีเท่าไร ยามะพีก็ยิ่งอยากจะกอดยูยะไม่ปล่อยไปไหนมากกว่าเท่าตัวนัก

อย่าลืมสุขสันต์วันเกิดให้กับคนที่รักยามะพีด้วยนะฮะ

 

กลีบปากอิ่มที่เปล่งเสียงใสดังแผ่วให้ได้ยินยื่นเข้ามาใกล้นิดๆ เชิญชวนให้ยามะพีที่กำลังยิ้มภูมิใจอดจะก้มลงไปบดจูบเคล้าคลึงอย่างนุ่มนวล อ่อนโยนและทะนุถนอม อ้อยอิ่งรอจนพึงใจและริมฝีปากได้รูปยามต้องแสงเทียนแดงกล่ำน่าสัมผัสได้ที ยามะพีจึงผละออกอย่างเชื่องช้า แต่ยังคงแนบหน้าชิดกันและกันไว้

สุขสันต์วันเกิด...ยูยะ แล้วก็อย่าลืมรับเอาของขวัญจากฉันไปด้วยนะยามะพีพูดพร้อมๆจับมือข้างหนึ่งของยูยะซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค๊ทด้านใน รอจนมือเรียวกุมกล่องของขวัญชิ้นเล็กๆที่แอบอยู่ในเสื้อของเขามาทั้งวันได้ เขาจึงสบดวงตากลมโตที่มองตอบมาอย่างฉงนสงสัยด้วยยิ้มเจ้าเล่ห์

อะไรฮะ
อธิษฐานแล้วเป่าเทียนที่เค้กของนายก่อนสิ แล้วเราค่อยมาเปิดของขวัญกัน
ครับ
“...”

 


พู่ว์!


แต่ก่อนเปิดของขวัญ...ฉันขอจูบนายอีกทีนะ
เรื่องแบบนี้ต้องขอด้วยเหรอฮะ
แล้วจะอนุญาตหรือเปล่าล่ะ
เห็นว่าวันนี้เป็นวันพิเศษหรอกนะ
งั้นก็...ลงมือล่ะนะ

แสงเทียนที่ดับไปนานพอดู กับเค้กก้อนเล็กหน้าตาน่าชังที่ยังไม่ถูกแตะต้องยังคงวางเพื่อรอคอยให้ผู้ให้และผู้รับได้ลิ้มลองรสชาติหอมหวานของมัน แต่ดูท่ายามที่ทั้งสองกลับมาตักกิน มันคงจะไม่หวานเท่ารสจูบของกันและกันแล้วล่ะสินะ

 

...ก็คงต้องรอต่อไปนะ เจ้าเค้กสตอเบอรี่ผู้น่าสงสาร

ถ้ายามะพีจะยินยอมให้ยูยะว่างพอจะใช้ริมฝีปากลิ้มลองสิ่งใดล่ะนะ

 

 


HAPPY BIRTHDAY TO TEGOSHI YUYA
11.11.09
THE END

Category : One ● shot


  • password
  • เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

trackbackURL:http://lecielinlove.blog.fc2.com/tb.php/11-aa81f103
▲ top