When You're sick

Posted by Leciel ღ Inlove on 24.2011 1 comments 0 trackback
The Story :: When You're sick.
Type :: One shot
Character :: Yamapi & Yuya
By. Leciel_InLove

 

 

 



การขับรถด้วยความเร็วเกินมาตรฐานบนท้องถนนถือเป็นเรื่องอันตรายซึ่งเป็นที่รู้ๆกันอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ผู้ที่เคร่งครัดกับกฎระเบียบของยวดยานพาหนะเสมอๆ แต่จะมาแหกเอาก็วันที่มีเรื่องสำคัญกว่ามาเข้าหูช่วงพักกองให้ดีแตก งานเงินไม่อยู่ในหัวพอขับรถออกจากกองถ่ายได้ก็เหยียบคันเร่งจนมิดหมายจะย่นเวลาไปถึงที่หมายให้เร็วไว แถมจะมาอยากประทุษร้ายหาอะไรเขวี้ยงไอ้สัญญาณไฟเอาก็วันนี้ทั้งที่มันก็ตั้งเด่นของมันอยู่มาได้ตั้งนานนม เพียงเพราะใครบางคนจะส่งเสียงอู้อี้ ไอค่อกแค่กให้เขาเป็นกังวล

 



‘...เจ็บคอนิดหน่อยฮะ หมอบอกว่าเป็นแค่หวัดธรรมดา กินยาแล้วได้หลับสักงีบสองงีบก็หายแล้ว ไม่ต้องห่วง

 


แต่เผอิญว่า ยามะพีจะห่วงนำร่องไปตั้งแต่ตอนที่รู้ข่าวจากเรียวจังที่อุตส่าห์โทรมาบอกว่าวันนี้ยูยะโทรมาขอลาหยุดตั้งแต่เช้า ก่อนที่เขาจะโทรไปเช็คกับเจ้าตัวจนได้ยินเสียงอิดโรยดังผะแผ่วให้เขาฟันธงแน่นอนว่า คนรักตัวน้อยถูกไข้หวัดรุมเร้าเข้าจริงๆ หลังจากที่เห็นท่าไม่ดีมาหลายวัน แต่ก็ยังรู้สึกโล่งใจอยู่นิดๆ ที่ยูยะไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาเหมือนที่ตอนนี้ใครๆก็พากันกลัวกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ไปทั่ว

 



‘...ตั้งใจทำงานเถอะฮะ ผมน่ะไม่เป็นอะไรหรอก แล้วจะรีบหายไวๆ ยามะพีไม่ต้องมาหาผมหรอกนะ

 


สายไปซะแล้วล่ะ...ยูยะ
เพราะตอนนี้คนที่ถูกกำชับกำชานักหนาว่าไม่ต้องมาจะเผอิญไม่ฟังคำขอ ดับเครื่องยนต์จอดสนิทที่หน้าบ้านคนป่วยพอดีเปะ ก้าวลงจากรถปิดประตูล๊อกได้ก็เดินจ้ำไปยืนตรงกดออดทันทีทันใด

ถ้าไม่ติดว่ายังพอมีมารยาทความเกรงใจอยู่บ้าง ยามะพีคงจะระรัวกดมันจนกว่าจะมีคนมาเปิดแน่ๆ เพราะตอนนี้อะไรๆก็ดูจะเชื่องช้าไปหมดในสายตาเขา

 

จนกว่าจะได้เจอยูยะนั่นล่ะ ดังนั้นยามะพีถึงตัดสินเอาเองว่าเวลามันเดินช้า ไม่ใช่เพราะความใจเร็วร้อนรนอะไร

แต่รอจนกระทั่งเขาคิดว่าควรจะทิ้งไอ้คุณสมบัติผู้ดีลงข้างทาง เพราะไม่มีทีท่าว่าจะมีใครเดินมาเปิดประตูให้และเจ้าตัวก็เริ่มลงมือกดออดย้ำยาวนั่นล่ะ ถึงได้ยินเสียงเปิดประตูจากคนในบ้านที่พอเงยหน้ามองก็เห็นร่างคุ้นตายืนพิงกับขอบประตูบู้ปากต้อนรับพลางตัดพ้อต่อว่าด้วยเสียงเนือยๆ กับท่าทางเพลียๆ แทน ให้ยามะพีถอนหายใจโล่งอกที่ได้เห็นคนรักเสียที

ผมน่าจะรู้ว่ายามะพี...จะต้องผิดสัญญา
ฉันไม่ได้รับปากนายตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก...ยูยะยามะพีเดินเข้าไปใกล้ ยิ้มกว้างตอบกลับคำต่อว่าของคนรัก พลางหยิบผ้าคาดสีขาวที่เกี่ยวอยู่ข้างหูขึ้นมาคาดปิดปากเล็กๆนั้น เพื่อกันเชื้อโรคให้เสร็จสรรพ แล้วค่อยๆ ดันให้เจ้าของบ้านเข้าไปข้างในโดยมีตัวเองเนียนตามเข้าไปพร้อมกับปิดประตูลงกลอนตามหลัง

ไม่สบายอยู่ แล้วทำไมยังใส่ชุดบางๆ แถมไม่คาดผ้าปิดปากอีกต่างหาก แล้วแบบนี้จะหายไวอย่างที่บอกฉันได้ยังไงยังไม่วายบ่นร่ายยาวอีกประโยคเพราะเห็นว่ายูยะเดินออกมาด้วยสภาพชุดนอนที่ไม่บอกก็รู้ว่าคงจะเพิ่งลุกออกมาจากเตียงแน่ๆ ไม่ได้ระวังร่างกายตัวเองเลยแม้แต่น้อยว่าเป็นหวัด อาการไม่ค่อยจะดี ยังจะเดินสบายใจเฉิบด้วยชุดบางๆ แล้วยังไม่คาดผ้ากันเชื้ออีกด้วยแหนะ
...ทำแบบนี้จะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้ยังไง

ส่วนคนที่ถูกพาเข้าไปในบ้านของตัวเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วหน้ามุ่ย ก่อนจะเปล่งเสียงลอดอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคที่ได้มาจากโรงพยาบาลเป็นการเตือนความจำว่าเพราะอะไรยูยะถึงต้องออกไปในสภาพอย่างที่เห็น

ก็ถ้าผมมัวแต่ชักช้า ยามะพีคงจะกดออดจนคนข้างบ้านออกมาเปิดประตูต้อนรับแทนแน่ๆ...ใช่ไหมฮะ

เพราะยูยะกลัวว่าจะไปรบกวนคนข้างบ้านต่างหากล่ะ ดังนั้นความผิดเนี่ยของยามะพีเต็มๆ
บอกแล้วแท้ๆ ว่าไม่ต้องมาไม่ต้องมา ถ้าเขาไม่หายหวัด ก็เพราะยามะพีนั่นล่ะที่เป็นต้นเหตุ
...อยากไม่เชื่อฟังดีนัก

คนที่ถูกรู้ทันเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนด้วยการมองไปรอบๆบ้านแล้วหันมาตั้งคำถามกับคนที่เขากำลังประคองพาขึ้นชั้นสองอย่างรู้จักทุกซอกทุกมุมของที่นี่ดี ทั้งๆที่เป็นบ้านของคนอื่นเขา
ก็แหงล่ะมาอยู่บ่อยครั้งถ้ายังพาขึ้นผิดห้อง ก็ไม่ต้องมาเรียกเขาว่า ยามะพี แล้ว

ไม่มีใครอยู่บ้านเหรอ
ไม่มีใครอยู่หรอกฮะ ผมอยู่คนเดียวชายหนุ่มมุ่ยหน้า ขมวดคิ้วฉับเมื่อได้ยินคำตอบจากคนที่เดินไปนั่งแหมะบนเตียงนอนของตัวเองในขณะที่ยามะพีที่คอยเดินรั้งท้ายหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลังจากทำหน้าที่ปิดให้ จะเอียงคอยืนพิงมองจ้องยูยะที่คว้าหมอนหนุนมากอดอกวางคางแล้วช้อนตามองมาที่เขา

งั้นก็ควรจะโทรบอกให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนสิถึงจะถูก นี่...ถ้าเรียวจังไม่โทรไปบอก นายก็คงไม่คิดจะบอกฉันใช่ไหม
ผมเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาไม่ได้ร้ายแรงอะไรสักหน่อย เดี๋ยวค่ำๆพ่อกับแม่ก็กลับ อีกอย่างวันนี้ยามะพีก็ต้องเข้ากองถ่าย ผมไม่อยากโทรไปกวนเวลางานหรอกฮะ แล้วถึงเรียวจังไม่โทรไปบอก ผมว่ายามะพีก็ต้องรู้อยู่ดีล่ะ เพียงแต่ว่าจะรู้เร็วหรือช้าเท่านั้นเอง

คำพูดต่อปากต่อคำจากคนป่วยดื้อแพ่ง ทำให้ยามะพีไม่รู้ว่าเขาควรจะยิ้มหรือโกรธดี แต่เพราะเห็นว่าพอเจ้าตัวดีพูดยาวๆไม่เว้นช่องไฟแล้วเริ่มจะไอค่อกแค่ก หอบแฮกแถมหน้ายังจะพาลซีดตามไปอีกนั่นล่ะ ยามะพีถึงได้ตัดสินใจยอมความแล้วก้าวยาวๆ เดินไปหยุดใกล้ๆ โน้มตัวลงไปจัดๆ ตบๆ ผ้าปูที่นอนพอเป็นพิธี ก่อนจะเหลือบตามองดวงตากลมโตของยูยะ ยื่นมือไปหยิบดึงหมอนที่เด็กหนุ่มกอดมาสะบัดๆ เบาๆแล้วจัดวางให้เรียบร้อย

ยูยะที่พอเห็นอากัปกิริยาของคนรักตัวโตก็พอจะรู้ว่าคนตรงหน้าประสงค์จะให้ตัวเขาทำอะไร บวกกับตัวเขาเองก็ชักจะเหนื่อยๆ อยากล้มตัวลงนอนแล้วด้วยแหละ ถึงได้ยอมว่าง่ายจัดแจงยกขาขึ้นเหยียดแล้วเอื้อมมือหยิบผ้านวมขึ้นมาห่ม ก่อนจะเอนตัวลงนอน พอเหลือบมองคนที่ยืนค้ำหัวกำลังหย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นพลางเอื้อมมือมากระชับผ้าห่มให้ปิดขึ้นมาถึงคอน้อยๆ ก่อนจะท้าวคางกับขอบเตียงส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้นั่นล่ะ ยูยะถึงได้ยิ้มตอบกลับไป หันตะแคงมาหายามะพีพร้อมๆกับเลื่อนมือเล็กๆที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มขึ้นมายื่นส่งให้ยามะพีเอื้อมมือของตัวเองมากระชับจับกุม

ตัวยังร้อนอยู่เลยนะเพราะแค่สัมผัสมือ ไอร้อนก็แผ่มาให้ยามะพีต้องเอ่ยปากบอก ก่อนจะใช้มือที่เท้าคางอยู่มาทาบที่หน้าผากของตัวเองหมายจะเทียบวัดอุณหภูมิ

ผมว่า...น่าจะลดลงจากเมื่อเช้าแล้วนะยูยะก็ไม่วายจะเอามือที่ซุกอยู่ใต้ผ้าอีกข้างขึ้นมาทาบหน้าผากตัวเองตามไปด้วยเช่นกัน

กินยาครั้งล่าสุดเมื่อไรนะ
ตอนเที่ยง ก่อนยามะพีโทรมาประมาณห้านาที
แต่นี่มัน...บ่ายสามแล้วนะยามะพีตอบพลางก้มมองที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองเป็นการดูเวลาอีกที
รอสี่โมงก่อนสิฮะ...อีกตั้งชั่วโมงหนึ่งยูยะต่อรองพร้อมๆกับคว้าข้อมือใหญ่ของคนรักมาเพ่งมองเวลาบ้าง

แล้วตอนนี้นายหิวหรือยังล่ะ
“...ไม่เลย
ถึงยังไงก็ต้องกิน นายต้องกินยาหลังอาหารมื้อเย็น
เดี๋ยวใกล้ถึงเวลาก่อนก็ได้
งั้น...เดี๋ยวฉันไปดูดีกว่า ว่าพอจะมีอะไรทำให้คนป่วยกินก่อนกินยา

อ๊ะ...ไม่ต้องหรอกครับ ยามะพียูยะรีบคว้าแขนของยามะพีมาจับไว้แน่น รอจนคนที่ถูกรั้งไว้ก้มตัวกลับลงมานั่งท่าเดิม หลังจากที่ลุกขึ้นยืนนั่นล่ะ เจ้าตัวถึงได้เฉลยเหตุผลให้ฟังเสร็จสรรพ
แม่ผมทำข้าวต้มทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านแล้วฮะ ถ้าจะกินก็แค่ไปอุ่นให้ร้อนเท่านั้นเอง

หืม...ถ้าอย่างนั้น ฉันไปอุ่นรอดีไหม
ผมยังไม่หิวจริงๆนะ ยามะพีหิวเหรอ
แต่ฉันคิดว่า...ฉันคงต้องยืมครัวของนายสักหน่อยนะ เพราะว่าฉันอาจจะต้องฝากท้อง มื้อเย็นกับนายด้วยแล้วล่ะ
กินกับผมก็ได้นิฮะ
ส่วนของนายคงไม่พร้อมสำหรับคนสองคนหรอก

ใครบอกฮะ เหลือเฟือเลยต่างหากล่ะ แม่ผมนะทำทิ้งเอาไว้ให้ตั้งเยอะ ยามะพีจะขอเพิ่มสักสองชามยังไม่เป็นปัญหาเลยยูยะตอบด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง แต่ยามะพีก็พอจะรู้ว่าเพราะอะไรมันถึงดูเยอะในสายตาของเด็กหนุ่มนัก

เพราะนายไม่ค่อยจะยอมกินต่างหากละมั่ง มันถึงได้มีอยู่เยอะนะพอถูกรู้ทัน ยูยะก็เลยใช้วิธีแสร้งทำเป็นหลับ ซุกหน้าเอากับหมอนหนุนแต่มุมปากกลับยังหลงเหลือรอยยิ้มเขินๆ ให้ยามะพีพลอยยิ้มตามไปด้วย

งั้นพอสี่โมง ฉันจะปลุกนายกินข้าวกับยานะคนเยี่ยมไข้พูดพลางขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆ รอจนเห็นยูยะพยักหน้ารับแล้ว จึงเอียงคอมองแล้ววางมือเกลี่ยเบาๆที่ข้างแก้มอุ่นร้อนเพราะพิษไข้ของยูยะอย่างทะนุถนอม ก่อนจะตัดสินใจกระซิบเรียกเบาๆให้เด็กหนุ่มขานรับแล้วลืมตามอง เขาพินิจดวงตาแป๋วที่มองมาอย่างสงสัยใคร่รู้อย่างเอ็นดู เริ่มจะเห็นความดีของผ้าปิดปากที่ยูยะใส่ก็วินาทีนั้น เพราะถ้าเด็กหนุ่มไม่คาดเอาไว้ ยามะพีคิดว่ายูยะคงไม่ให้เข้าใกล้ในระยะสิบเมตรแน่ๆ

อะไรฮะยูยะเหลือบมองกระซิบถามแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะหลุบตาลงต่ำเมื่อรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วมือของยามะพีที่แตะเบาบนริมฝีปากผ่านผ้ากันเชื้อของเขา แค่นั้นก็พอจะนึกคร่าวๆได้แล้วว่า ยามะพีจะพูดว่าอะไร

ขอจูบทีสิ

ไม่ได้เด็กหนุ่มสวนกลับแบบไม่ต้องคิด พลางเลื่อนมือดันปิดปากของยามะพีเป็นการยืนยัน
ยูยะ...”
ไม่...
ฉันไม่ติดหวัดนายหรอกน่ายามะพีคะยั้นคะยอพร้อมกับรวบมือบางของยูยะมากุมเอาไว้มั่น
ไม่...ได้...เน้นทุกถ้อยทวนคำ
นายไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าถ้าจูบกับคนอื่นจะทำให้หายหวัดเร็วกว่ากินยาหลายเท่าโดยเฉพาะกับคนรักนะ
ตั้งแต่เรียนหนังสือมาก็เพิ่งได้ยินวันนี้ล่ะ ผมไม่เชื่อคำหลอกเด็กของยามะพีหรอก
นายมันเด็กหลอกง่ายนักนิ

เมื่อเห็นว่ายามะพีทำท่าว่าจะไม่ยอมตามง่ายๆ ยูยะเลยต้องเปลี่ยนแผน เอามือมาปิดปากตัวเองแทนแล้วส่ายหัวปฏิเสธอย่างแข็งขัน จนคนที่ขอจูบต้องถอนหายใจเฮือกพ้นลมออกจากปาก ขัดใจจนหน้าบูด

แต่มีหรือว่ายามาชิตะ คนนี้จะยอมง่ายๆ ขอไปแล้วก็ต้องได้อะไรติดไม้ติดมือ ติดปากมาบ้างล่ะ สุดท้ายเมื่อไม่ได้ปากต่อปาก งั้นก็ขออะไรสักอย่างเป็นขอกำนัลทดแทนที่มันใกล้เคียงสมน้ำสมเนื้อแล้วกัน ดังนั้นเขาเลยเปลี่ยนจากจูบเป็นหอมที่หน้าผากแรงๆหนึ่งทีแล้วยิ้มแป้น ปล่อยให้คนป่วยที่นอนซุกหน้าได้แต่ค้อนตาหลับตาเหลือกแล้วก็ปล่อยพรืดหัวร่อต่อกระซิก

จนได้นะฮะ
แน่นอนคนฉวยโอกาสยักคิ้วสมใจ ปล่อยให้คนถูกกระทำมองด้วยความหมั่นไส้
เอาล่ะ...เลิกเล่น ถึงเวลาพักผ่อนของคนป่วยแล้ว
ใครเริ่มก่อนล่ะฮะเสียงแห้งๆ บ่นกระปอดกระแปด

ถ้านับหนึ่งถึงสองนายยังไม่ยอมหลับตา ฉันคงได้จูบนายจริงๆแน่คนที่ออกคำสั่งแบบเอารัดเอาเปรียบยิ้มแสนกล ไม่ได้สนใจสายตากลมโตที่ถล่นใส่แม้แต่น้อย แต่เสี้ยวนาทีเท่านั้นที่ยามะพีจะต้องเลิ่กคิ้วงงงัน เพราะคนที่ไม่ยอมให้จูบตั้งแต่แรก จะมายื่นหน้ายิ้มแสนซนส่งกลับมาให้ราวกับคิดแผนแก้แค้นอะไรออก

ก็เอาสิฮะไม่วายจะท้าทายให้คนที่ชอบลองของอย่างยามะพีต้องยิ้มกว้าง สมใจ
ลองดีเหรอเด็กหนุ่มกะพริบตาให้เป็นเชิงตอบ ยามะพีเห็นดังนั้นก็ยกมุมปากยิ้ม ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ เพราะคิดว่าเด็กแสบของเขาจะเกรงกลัว แต่...เปล่าเลย

หนึ่งถึงจะมีเสียงตัวเลขเปล่งออกมาให้ได้ยินชัดเจน แต่ยูยะก็ยังลอยหน้าลอยตา สู้จ้องสบตาคนที่เขาท้าอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่ได้หวั่นเกรงเลยถึงแม้ว่ายามะพีจะเริ่มเลื่อนตัวคืบคลานเข้ามาใกล้จนจะกลายเป็นคร่อมกักตัวเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างแล้วก็ตาม

นายท้าฉันเองนะ
“...”


สอง!
พรึ่บ!!!

 


เสียงหัวเราะขบขันดังยียวนให้คนที่ได้แค่จูบผ่านผ้าห่มต้องจิกปากขัดใจ เพราะช่วงอึดใจที่เขาคิดว่าพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วแล้วนั่น มันจะช้ากว่าสองมือเล็กที่กำชายผ้าห่มแล้วเลื่อนเป็นเกาะกำบังปิดจนมิดไม่เห็นแม้แต่เส้นผมสักเส้นที่ลอดออกมาเลยด้วยซ้ำ ยูยะยังคงทำตัวกลมอยู่ในผ้านวมผืนหนาที่ยามะพีบรรจงห่มมันให้ตั้งแต่แรก ราวกับจะอยู่ในนั้นจนกว่าจะแน่ใจ

เฮ้อ...นายนี่มันคนที่เสียท่าเริ่มจะรู้สึกเสียหน้าจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอิดออดจนได้แต่ถอดถอนใจ แล้วจรลีตัวเองมานั่งอยู่บนเตียง ยกขาขึ้นเหยียดเต็มความยาว กอดอกเอนพิงหัวเตียงเหล่ตามองก้อนกลมๆที่ซุกๆ อยู่ใกล้ๆกับขาของเขา

ยูยะค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม แก้มใสๆดันจนดวงตาโตที่เหลือบมองยามะพีหยี่ลงไปถนัดตาเพราะภายใต้ผ้าคาดปาก รอยยิ้มกว้างอ่อนใสกำลังระบายอยู่เต็มที่

ผมแค่บอกว่า ลองดูไม่ได้หมายความว่าจะยอมนะ
ไม่สบายแล้วยังซ่านะเรายามะพีพึมพำพลางเอื้อมมือที่กำเป็นกำปั้นเคาะเบาๆที่หน้าผากมนแล้วต้องขมวดคิ้วฉับ ดูเหมือนเด็กดื้อของเขาจะไข้ขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะสิ ก็เล่นตัวร้อนมากกว่าเมื่อกี้เสียอีก

ชักจะง่วงแล้วสิฮะท่าทางยูยะก็คงพอรู้สึกตัว ถึงได้หัวเราะแหะแล้วแก้ต่างนำร่องให้ยามะพีต้องส่ายหน้าระอา

งั้นก็หลับตาซะ ตัวนายชักจะลุ่มมากกว่าเก่าแล้วนะคนห่วงพูดพลางตะแคงตัวจัดดึงผ้าห่มให้อยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะเป็นเหมือนเดิม เค้าหน้าไม่มีแววหยอกล้ออีกต่อไป เด็กหนุ่มก็คล้อยตามอย่างว่าง่าย เพราะเอาเข้าจริงอาการก็ชักจะแย่ตามปากยามะพีว่าแล้วเหมือนกัน รู้สึกตัวอีกทีเปลือกตาก็ชักจะร้อนจนลืมไม่ยักกะขึ้นแล้วนะสิ

ฉันไม่อยากถูกคุณป้าดุว่ามาทำให้นายไข้ขึ้นหนักหรอกนะ
ก็ถ้ายามะพีไม่มา...ผมก็คงหายไว
อยากให้ฉันกลับ?”
เปล่าซะหน่อยยามะพีแทบจะยิ้มจนแก้มปริที่มือเล็กๆของยูยะจะควงเอาที่แขนของเขาเอาไว้แน่นตอนที่เอ่ยถามอย่างลองเชิงด้วยประโยคที่เอ่ยลอยๆอย่างลองใจ

ก็ถ้าฉันอยู่...นายจะไม่หายไม่ใช่เหรอ นายพูดเองนะ
“...” ยูยะชักจะหน้ามู่ทั้งที่ตาน่ะเริ่มริบรี่เต็มทน
อยากให้ฉันอยู่หรือไปล่ะ
แล้วยามะพีอยากจะอยู่หรือไปล่ะยูยะก็ยังยอกย้อนให้คนฟังเหนื่อยใจ แต่เพราะเห็นว่าคนรักจอมซนจะอาการทรุดจริงๆอย่างที่คิดนั่นล่ะ สุดท้ายก็เลยต้องยอมจำนน แพ้ราบคาบเหมือนเดิม
ถึงเวลาแล้วฉันจะปลุก หลับซะ

“...อย่าลืมปลุกนะ คนป่วยพูดพลางกอดแขนข้างหนึ่งของคนสัญญาว่าจะเฝ้าไข้เอาไว้เหมือนเป็นหลัก ซบหน้าหลับตาพริ้มจนคนที่ถูกกลายสภาพให้หมอนข้างอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู
แล้วอย่ามาไล่กลับทีหลังแล้วกันยามะพีกระซิบแผ่ว แต่ก็พอจะรู้ว่าเด็กที่กำลังจะเริ่มหลับฝันคงได้ยิน เพราะท่าซุกหามุมเหมาะ จะทำให้เขาชะโงกหน้าก้มลงไปแล้วจุมพิตที่หน้าผากอีกเป็นครั้งที่สองของวัน

ฝันดี
อื้อ~”



 




ไม่รู้ว่าเพราะอารามอ่อนเพลียจากงานหรือเพราะการมีไออุ่นจากคนที่นอนหลับพริ้มอยู่ข้างๆจะทำให้ยามะพีเพลินจนลืมเวลา เผลอหลับไปเมื่อไรก็เกินจะคาดเดา เพราะตอนที่ลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งหรี่มองไปรอบๆห้อง ก็พบว่าแสงตะวันเลื่อนลับหายไปหลงเหลือแต่ความมืดเข้าปกคลุมแทนที่ไปเสียแล้ว สุดท้ายเขาเลยต้องพึ่งเวลาจากนาฬิกาข้อมือขึ้นยกดูแล้วก็ต้องตกใจที่ตัวเองจะหลับลึกยาวไปเป็นชั่วโมงๆ จนมันเข้าหัวค่ำซะขนาดนี้

แต่เพราะแรงจากน้ำหนักที่กอดหลวมๆอยู่ที่ปลายแขนและนิ้วมือเล็กๆจะกระตุกเป็นระยะอยู่ในอุ้งมือของเขา มันบ่งบอกถึงอาการหลับได้ไม่ต่างกันจากคนที่เขามาดูแลตั้งแต่บ่ายทำให้ความคิดช่วงวูบว่าอยากจะวาดมือไปกดสวิตช์โคมไฟตรงหัวนอนหมดลง ยามะพีไม่อยากจะก่อกวนการพักผ่อนของคนป่วยที่พอลองวัดไข้โดยการแตะเบาๆที่หน้าผากด้วยฝ่ามือจะทำให้รู้สึกเบาใจลงไปบ้าง เพราะพิษไข้คงใกล้จะทุเลาลงไม่มากก็น้อย และเพราะยูยะจะขยับเขยื้อนตัวนั่นล่ะ ยามะพีถึงต้องนั่งอยู่นิ่งๆเฉยๆ และมองดูคนพลิกท่านอนหงายแต่แก้มยังอิงแอบที่แขนเค้าเหมือนเดิม ชายหนุ่มเกิดจะเป็นห่วงและกลัวว่าเจ้าตัวแสบจะตื่นมาด้วยอาการเมื่อยคอ เลยจัดแจงดึงหมอนมาจับสอดให้ดีแล้วจึงค่อยขยับบิดซ้ายบิดขวาไล่ความเมื่อยขบที่นั่งหลับสับผงกมาตลอดหลายชั่วโมง ก่อนจะไถลตัวเลื่อนลงมานอนตะแคงแล้วใช้แขนของตัวเองเท้าหัว จ้องมองคนหลับลึกด้วยรอยยิ้มแสนรัก

หลับแบบนี้แล้วใครจะไปกล้าปลุกกันล่ะ

 

ยามะพีไม่ปฏิเสธว่าเขาชอบมองยูยะในทุกอิริยาบถ ไม่เว้นแม้แต่ยามหลับที่เด็กดื้อคนนี้ดูจะไม่มีผิดมีภัยเหมือนยามตื่นเลยแม้แต่น้อย มือหนาเลื่อนประคองแก้มนุ่ม เกลี่ยเบาๆแล้วหมุนวนอยู่ตรงพวงสีแดงๆนั้นอย่างทะนุถนอม เขาค่อยๆไล้ปลายนิ้วไปทั่วใบหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากที่อยู่ภายใต้ผ้ากันเชื้อสีขาวนั้น เพียงแต่คราวนี้ยามะพีจะเปลี่ยนจากนิ้วชื้ยาวเรียวเป็นนิ้วโป้งแล้วลูบสัมผัสกลีบปากที่ไม่ได้เห็นนั้นเบาๆ ดวงตาจับจ้องบริเวณที่เขาไล่เกลี่ยไปด้วยก่อนจะเหลือบขึ้นมองเปลือกตาปิดสนิทด้วยรอยยิ้มหลายเล่ห์

ยามะพีอดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่มีอะไรกั้น มันจะดีขนาดไหน ถึงผ้าคาดปากจะมีข้อดีตรงที่เขาสามารถอยู่ใกล้ยูยะได้แนบชิดขนาดนี้ แต่ข้อเสียที่ผุดขึ้นในความคิดมันมหาศาลจนลบล้างสิ่งดีๆไปหมดสิ้น

บางทีถ้าตอนนี้ยูยะตื่นขึ้นมาและรับรู้ว่ายามะพีกำลังคิดทำอะไร เขาคงจะถูกโกรธเอาอีกแน่ๆเชียว
เพียงแต่ตอนนี้คนที่เขาคิดไม่ซื่อด้วยจะหลับสนิทนะสิน้า
ทางสะดวก...เห็นๆ

คนคิดไม่ซื่อค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แล้วโน้มริมฝีปากจรดเบาๆที่หว่างคิ้วผ่อนคลายของยูยะ ถึงไม่มีแสงสว่างส่องให้มอง แต่เขาเห็นดวงหน้าของคนรักได้อย่างชัดเจน ยามะพีค่อยๆเลื่อนมือประคองแก้มใสนั้น  ก้มลงเชื่องช้าเพื่อประทับจูบแผ่วเบาบนกลีบปากของยูยะอย่างอ่อนโยน ถึงมันจะมีสิ่งใดกั้น แต่ความหวานและนุ่มนวลนั้นยามะพียังสัมผัสมันได้เหมือนเคย

อื้อ~”

 

แต่เพราะเสียงครางผะแผ่วจะทำให้ยามะพีต้องลืมตามองคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นด้วยรอยยิ้ม เขาผละออกอย่างอ้อยอิ่ง กระซิบเบาๆที่ริมหูของยูยะรอจนได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอ ถึงได้ล้มตัวลงนอนตะแคงเคียงข้างเหมือนเดิม แต่สายตายังคงจ้องมองใบหน้าคนหลับอยู่ตลอดเวลา แล้วในไม่ช้าเขาถึงพริ้มตาหลับทั้งที่ยังมียิ้มเปื้อนสุขระบายอยู่ไม่คลาย

คงต้องยอม...ให้มื้อเย็นเปลี่ยนเป็นมื้อค่ำแล้วสินะ

 



ชู่ว์...จูบของฉันจะป้องกันฝันร้ายและภาวนาให้นายหายไวๆ หลับต่ออีกสักหน่อยเถอะนะ...ยูยะ

 

 


หลับให้สบายเถอะ เพราะพอนายตื่น...
นายจะเห็นฉันเป็นคนแรก ฉันสัญญา
หายไวๆนะ...เด็กดื้อ

ฉันรอจูบอรุณสวสัดิ์นายอยู่นะ...

จบ.


Category : One ● shot

น่าร๊ากกกกกกกกกกก ฟิคพียะหวานๆอย่างนี้ไม่ได้อ่านมานานแล้วคาะ
อ่านไปยิ้มไป ยูยะเวอร์ขี้อ้อนนี่เหมาะที่ซู๊ดดละ
2013.02.02 14:54 | URL | Pekasuzz #- [edit]


  • password
  • เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

trackbackURL:http://lecielinlove.blog.fc2.com/tb.php/10-3fda71e7
▲ top