Will you wait for me

Posted by Leciel ღ Inlove on 15.2011 0 comments 0 trackback
The Story :: Will you wait for me.
Type :: One shot
Character :: Yamapi & Yuya & Ryo
By. Leciel_InLove



‘ราตรีสวัสดิ์ แล้วพรุ่งนี้ผมจะรีบไปแต่เช้าครับ…ยูยะ’


ข้อความที่ถูกเปิดแก้เบื่อซ้ำไปซ้ำมา หลังจากที่ยามะพีเข้ามาในห้องพักแล้วไม่เจอใคร เขานั่งหาวอยู่หลายรอบก่อนจะเดินลูบไหล่ลูบคอไปนั่งที่โซฟา เอนตัวพิงหวังจะพักสายตาแก้เมื่อยล้า ทั้งที่ความจริงเขาจะล้มตัวลงนอน รอเวลาให้คนอื่นๆ มาเรียกก็ได้ แต่ยามะก็เลือกที่จะนั่งแข็งใจ เพียงเพราะอยากรอรับคำทักทายยามเช้าจากใครบางคน

“ไหนบอกจะรีบมาไงล่ะ...ฉันรอตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ” บ่นพึมพำระบายความหงุดหงิดใจ การรอคอยสำหรับเขา เป็นเรื่องต้องห้ามที่ใครก็รู้ดี แต่จะโทษใครไม่ได้หรอก เพราะตัวเองดันรีบแล่นมาบริษัทแต่เช้าเองทำไมล่ะ

ไอ้จะโทษหาคนผิด ก็ต้องโทษที่วันนี้ตื่นเช้าไปหน่อย เพราะอดใจรอเวลาจะได้พบใครบางคนไม่ไหวเอง ก็ช่วงนี้เวลาเจอกันน้อยจะตายไป หลังๆ ถ่ายภาพลงหนังสือ ยังแยกถ่าย เพราะต่างคนต่างมีตารางไม่ตรงกันซะนี่

“ชักจะถ่างตารอไม่ไหวแล้วสิ” ประโยคที่สองดังลอดออกมาพร้อมกับน้ำเสียงติดจะแง่งอน ก็มันทั้งง่วง ทั้งเพลีย แถมวันนี้นัดเจอกันก็ใช่ว่าจะอยู่ด้วยกันได้นานเสียเมื่อไร เดี๋ยวเขาก็ต้องไปเข้ากองถ่ายแล้ว ถ้าคนรับนัดมาสายไม่วายหมดเวลาเร็วขึ้นไปอีกเหรอ



แอ๊ด!!



คนที่ทำท่าจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ผงกหัวขึ้นทันทีที่ประสาทรับรู้ทางหูทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

ไม่เสียแรงที่รอคอย ใบหน้ายิ้มแย้มกับน้ำเสียงคุ้นเคยดังแผ่วๆ มาทักทายจากคนที่ชะโงกหน้าเข้ามาเล็กน้อย เรื่องหงุดหงิดกวนใจหายเป็นปลิดทิ้ง ใบหน้าบูดบึ้งเปลี่ยนเป็นร่าเริงขึ้นมาทันควัน แม้ว่าจะแฝงความอ่อนล้ามาให้คนที่เพิ่งมาใหม่ได้รับรู้บ้างก็ตาม

“มาถึงนานหรือยังครับ” ยูยะถามพลางปิดประตูเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาคนที่มองมาที่เขาไม่กระพริบตา วันนี้ยูยะก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยน มันน่าประทับใจขนาดไหนกันนา...เมื่อสร้อยคอที่ยามะพีซื้อให้กำลังประดับอยู่บนคอเรียวน่าจูบนั้น

อันนี้ต้องถามคนให้แล้วล่ะนะ นั่งอมยิ้มแก้มปริขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้...

“ยามะพียังไม่ตอบเลยนะฮะ...ว่ามานานหรือยัง” เสียงกระเง้ากระงอดผสมกับสายตาพ้อน้อยๆ มันช่างทำให้คนคิดถึง อยากจะดึงเข้ามากอดซะนี่ ไม่เจอตั้งนานทำตัวน่ารักขึ้นหรือเปล่า
“ไม่นานหรอก...ฉันก็เพิ่งมา” ยามะพีตอบพลางสอดนิ้วของตัวเองเกาะเกี่ยวกับมือเรียวเล็ก ที่เขานิยมจับจูงบ่อยๆ เวลาอยู่ใกล้กัน

“โกหก” ยูยะหน้างอทันที “เมื่อกี้ผมถามพี่ๆข้างนอก เขาบอกว่า ยามะพีมาตั้งแต่เจ็ดโมงแล้ว นี่เลยมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังจะบอกว่ารอไม่นานอีกเหรอฮะ”

ยามะพียิ้มกว้างเปลี่ยนจากเล่นนิ้วมือคนรัก เป็นโอบรอบคอแนบหน้ากับกลุ่มผมนุ่ม ฝังจูบคลอเคลียเบาๆ ทดแทนช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน

“แล้วนายจะให้ฉันพูดว่า รอตั้งนานจนจะหลับอยู่รอมร่อแล้วแบบนั้นน่ะเหรอ”
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนิฮะ” มือเล็กๆ เกลี่ยกระดุมลายสวยบนเสื้อของคนรักอย่างสนุกมือพลางเงยหน้ายิ้มให้กับคนที่กำลังสนุกกับการเล่นผมของเขาเช่นกัน

“รอแค่นี้...ฉันไม่ถือว่านานหรอกนะ” กับยูยะเท่านั้นล่ะ แต่ถ้ากับคนอื่นมีโวย
“ขอโทษฮะ...เพราะวันนี้คุณแม่ไม่อยู่บ้าน ผมเลยต้องทำงานบ้านก่อนออกมานะครับ” ยูยะแจกแจง
“อืม...” ยามะพีรับฟังพลางโยกตัวเล็กน้อย กอดกระชับร่างคนรักในอ้อมแขนเบาๆ ซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่มจูบซับแก้มขาวๆ ซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้เบื่อ

“แล้วกินข้าวเช้ามาหรือยัง” กระซิบถามทั้งที่ริมฝีปากยังคลอเคลียไม่ห่าง
“เรียบร้อยแล้วฮะ...ยามะพีล่ะครับ” ยูยะก็ช่างน่ารัก ไม่เกี่ยงงอนที่จะหลบเลี่ยงกลีบปากอุ่นนุ่มของคนรักแม้แต่น้อย

“อืม...เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน” เขาตอบไปอย่างนั่นเอง ทั้งที่ความจริงมีแค่นมแก้วเดียวเท่านั้นที่ตกถึงท้อง แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาออกไปหาอะไรกินข้างนอกที่มีผู้คนพลุกพล่านมากกว่าอยู่ในห้องที่มีกันสองคน แค่ตอนนี้ได้อยู่ใกล้ยูยะก็อิ่มทิพย์แล้วล่ะ

“วันนี้อยู่ได้ถึงกี่โมงฮะ”
“เข้ากองเก้าโมงอยู่ยาวจนถึงค่ำ ไม่แน่เลยว่าจะเสร็จเมื่อไร นายมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่...”
“ขากลับ เรียวจังชวนไปหาอะไรกินใช่ไหมล่ะ” ยามะพีไขข้อความที่ยูยะเว้นว่างไว้ได้ถูกเปะ จนคนที่พูดยังไม่ทันจบเงยหน้ามอง ดูจากแววตาก็รู้แล้วว่าจะถามว่าอะไร

“ฉันรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เรียวจังโทรมาบอก”
“ไปไหมฮะ” ยูยะรีบถามขึ้นมาทันที ท่าทางกระตือรือร้นแบบนี่คนโดนชวนไม่อยากจะปฏิเสธเลยให้ตายสิ

“แต่ดูท่าจะไปไม่ได้ใช่ไหมฮะ ก็...ติดถ่ายละครนินา” ร่างบางพึมพำเสียงหงอย ก้มหน้าเหงาๆ มือทั้งสองข้างกำเสื้อเขาหลวมๆ รู้คำตอบอยู่แก่ใจ ยามะพีเห็นแบบนั้นก็อดจะจุมพิตที่หน้าผากเนียนไม่ได้

ไอ้น้ำเสียงน้อยใจ อนเป็นเด็กๆแบบเนี่ย ถ้าไอ้เพื่อนตัวดีมาเห็นก็มักจะพูดแต่ประโยคเดิมๆว่า ยูยะเสียเด็กก็เพราะเขาคอยให้ท้าย แล้วมันผิดตรงไหน ที่เขาอยากจะตามใจ เอาใจใส่ยูยะทุกอย่างนะ อย่างน้อย ท่าทางเด็กเอาแต่ใจที่คนตรงหน้าแสดงออกก็ทำแต่เฉพาะกับเขาเท่านั้นล่ะ คนอื่นๆนะ ยามะพีสอนให้อ้อนพอเป็นพิธีเท่านั้น

นี่ขนาดสอนให้อ้อนพอหอมปากหอมคอนะ ยังมีคนมาหลงรักเด็กน้อยของเขาตั้งมากมาย แล้วถ้ายูยะเอานิสัยที่ใช้กับเขาไปทำให้คนอื่นๆเห็น ไม่อยากจะคิดเลยว่า...จะเป็นยังไง มีหวังคงต้องตามประกบไม่ให้คาดสายตาแน่เชียว

ยามะพีแนบหน้าผากกับคนรักวัยอ่อนกว่า ถอนหายใจแผ่วๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงง้องอน

“ไปสิ...ไปแน่นอน” คนที่กำลังเพลิดเพลินกับการเกลี่ยรังดุมเล่นเงยหน้าขึ้นทันควัน แววตาทอประกายเริงร่า ยินดีอย่างเห็นได้ชัด

“จริงเหรอฮะ”
“ฉันเคยผิดคำพูดเหรอ” ยูยะส่ายหน้าแย้มยิ้ม
“แล้วยามะจะไปได้แน่เหรอฮะ”
“อือ...ถ้าอยากให้ฉันไปจริงๆ นายก็ต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่งนะ” ยามะพีเอนตัวพิงพนัก แต่มือยังคงคล้องที่เอวของคนรักอย่างมั่นคง

ยูยะก็ชั่งรู้หน้าที่ เด็กหนุ่มแกะมือหนาที่กระชับเอวออก ขยับไปนั่งใกล้ๆกับที่พักแขนตบๆที่ต้นขาข้างหนึ่งของตัวเอง พลางยิ้มหวานให้กับเขาที่มองมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่เปลี่ยน

“พร้อมแล้วครับ” เมื่อได้รับสัญญาณชายหนุ่มก็ล้มตัวลงนอนเหยียดขายาวกับโซฟาจนเลยไปถึงที่วางแขนอีกด้าน ไม่ลืมที่จะรวบมือข้างหนึ่งของยูยะมากุมไว้
“ถึงเวลาแล้วผมจะปลุกนะฮะ” ถึงไม่บอกยามะพีก็รู้ว่า คนรักจะทำหน้าที่นาฬิกาปลุกได้อย่างดี

เด็กหนุ่มใช้มือข้างที่ไม่ได้โดนรวบให้เกาะกุมกับมือของยามะพีลูบหน้าผากของคนที่อาศัยตักของเขาแทนหมอน ก่อนจะที่กล่าวอวยพรเมื่อเห็นว่า คนรักหลับไปแล้วจริงๆ

“หลับฝันดีครับ”



--------------------



“ถ้ามือถือมันท้องได้ นายคงจะมีลูกเป็นสิบๆคนแล้วล่ะ ยูยะ” เสียงแขวะจากใครบางคนที่เดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆ เรียกใบหน้าบูดๆจากคนที่ถูกทักทายได้ชะงักนัก

“ผมเพิ่งรู้ว่ามือถือบ้านเรียวจังท้องได้ด้วย”
“หึ...ถ้าเอาแต่นั่งทำหน้ายู่บู้แบบนี้ ก็โทรไปหามันซะสิ เดี๋ยวคนอื่นเห็นแล้วเขาจะหาว่านายท้องอืด อาหารไม่ย่อยเอาเปล่าๆนะ”

“ไม่ได้หรอกฮะ...ยามะพีกำลังทำงาน”

เรียวหัวเราะหึ นั่งไขว่ห้างหยิบนิตยสารขึ้นมาเปิดดูลวกๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิก ทำหน้ายักษ์ใส่โทรศัพท์นายเสียเถอะ ฉันเห็นแล้วสงสารแทน อีกอย่าง...ถ้าไอ้พีมันบอกว่าจะไป มันก็ไปแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”

“อืม...”
“ถ้ายังไม่เลิกกังวล เดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกมันให้ก็ได้ ว่าถ้ามันไม่มาฉันจะจับนายกด แค่นี้มันก็แจ้นไปหาแล้ว” ยูยะรีบกระชับเครื่องมือสื่อสารในมือตัวเองทันทีที่เห็นว่าเรียวกำลังเอื้อมมือมาหมายจะทำตามที่พูด ขืนปล่อยให้ทำอย่างที่พูด เขาก็แย่นะสิ ช่วงหลังๆ คนตรงหน้ายิ่งชอบทำให้ยามะพีตาขวางบ่อยๆ เสียด้วย

“หึ...ถ้าอย่างนั้นก็เลิกทำหน้าแบบนั้นซะ เพราะตอนนี้นายกำลังทำให้พ่อทูนหัวนายเป็นโรคริดสีดวงกำเริบ หาที่นั่งเป็นหลักเป็นแหล่งไม่ได้” เรียวพูดพลางพยักเพยิดไปที่ประตูห้องที่เปิดอ้า มองเห็นโคยาม่าเดินไปเดินมา แล้วก็แสร้งทำตัวยุ่ง แต่จริงๆนะแอบเห็นสายตาที่เหล่มองเข้ามาในห้องเป็นระยะๆ

ยูยะยิ้มกว้าง ก่อนจะโบกมือให้กับคนที่เรียวเพิ่งยัดเยียดตำแหน่งพ่อให้สดๆร้อนๆ
ก็เห็นเอาใจ ดูแลเหมือนกับคลอดออกมาเองก็ไม่ปาน
ไอ้นี่ล่ะ...คนที่สอง ที่ทำให้ยูยะเสียเด็กพอๆกับไอ้คนแรกเลย

“ถ้าเลิกทำหน้าเมื่อยแล้วละก็ ไปกันได้ล่ะ คนอื่นเขารอนายคนเดียว” เรียวพูดพลางลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายข้าวของของตัวเองเดินนำไปก่อน หลังจากเห็นว่าน้องสุดท้องของวงเริ่มมีใบหน้ายิ้มแย้ม คลายกังวลมากขึ้น

ยูยะเหลือบมองโทรศัพท์ในมือเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดใจหย่อนมันลงกระเป๋าเสื้อ กระชับกระเป๋าสะพายใบเก่ง กระเด้งตัวลุกเดินตามเรียวไป



--------------------



ร้านราเมงในย่านชิบุย่าที่กล่าวขวัญในเรื่องของความอร่อย เป็นร้านที่เรียวเลือกที่จะพาเพื่อนๆที่ติดสอยมารวมหัวนั่งกินกันอย่างอิ่มหนำ เรื่องเฮฮาหน้าแตกของคนอื่นๆ ถูกยกมาเป็นประเด็นร้อนประจำกลุ่ม

ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังขำขันกับเรื่องเล่าสนุกสนาน ยูยะกลับเลือกที่จะเหลือบมองนาฬิกาในร้าน สลับกับการตบที่กระเป๋าเสื้อเพื่อให้แน่ใจว่า เขาจะไม่พลาดโอกาสที่ยามะพีจะโทรมาแม้แต่ครั้งเดียว

เวลาผ่านไป จากที่คนอื่นๆ ต่างมาในสภาพหิวโหย ก็กลายเป็นอิ่มแปล่ คนที่รอก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาเสียที ชามราเมงของคนอื่นๆ เรียงตามลำดับความสูง ไม่มีใครกินต่ำกว่า 2 ชามสักคน นอกจากยูยะเท่านั้น ที่แม้แต่ชามเดี่ยวก็ยังกินไม่หมด เอาแต่คนจนอึด จากร้อนระอุก็ค่อยเย็นจงชืด นานๆที่เจ้าตัวถึงจะตักเส้นเข้าปากที

“ไม่อร่อยเหรอ ยูยะ สั่งอย่างอื่นมากินไหม” มัสสึดะที่นั่งอยู่ข้างๆ ออกความเห็นหลังจากที่นั่งมองอยู่นาน
“อะ...ไม่ต้องหรอก พอดีฉันไม่ค่อยหิวนะ” คนถูกถามหาความอร่อยกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะวางตะเกียบไม้เป็นการยืนยันว่าอิ่มจริงอย่างที่พูด

“แต่นายกินไปยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำนะ” โคย่ามาที่นั่งอยู่ตรงข้ามกล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“อืม...ฉันไม่หิวจริงๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

“แต่นายต้องกิน...” เสียงประกาศิตจากคนที่นั่งเงียบอยู่นานอย่างเรียวมาพร้อมกับเกี้ยวซ่าจานที่สองที่กำลังถูกวางแทนที่ราเมงที่เขาเพิ่งยกออกไป

“ฉันขี้เกียจฟังไอ้พีมาบ่นว่า เลี้ยงเด็กในคอนโทรลของมันไม่ดี”
“แต่ว่า...”

“ถ้านายเอาแต่ใจ ฉันจะจับยัดใส่ปากนายแทน จะกินดีๆ หรือให้ฉันป้อน ยูยะ” ตะเกียบไม้อันใหม่ที่เรียวเพิ่งแกะจากห่อแถมยังบริการหักให้อีก ถูกยื่นมาให้คนที่ถูกบังคับรับมาถือไว้ด้วยอาการอิดออด แต่ก็เลือกคีบชิ้นที่เล็กที่สุด จิ้มกับน้ำจิ้มที่ชิเงะเลื่อนมาวางใกล้อำนวยความสะดวก แล้วจึงตักใส่ปากอย่างเลี่ยงไม่ได้

ผลสุดท้ายจานเกี้ยวซ่าก็เหลือแต่ความว่างเปล่า หลังจากที่ถูกคะยั้นคะยอแกมบังคับให้กินจนหมด จากโต๊ะที่เคยมีคนนั่งห้าคน ก็เหลือเพียงสองคน เพราะอีกสามหนอ ขอกลับบ้านไปก่อน ตอนนี้ก็มีแต่เรียวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ กับยูยะที่กำลังเหม่อออกไปนอกหน้าต่างสลับกับมองกระเป๋าเสื้อตัวเองยามเมื่อมีสติ

“กลับกันดีกว่าฮะ...เรียวจัง” เพราะท่าทางวันนี้ถึงจะนั่งรอไป ยามะพีก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาสักที
“มันโทรมาบอกหรือยัง ว่าจะไม่มา” เรียวถามกลับ ทั้งที่ยังสนใจกับไอ้หนังสือที่ถืออยู่ จนยูยะยังนึกสงสัย ว่าคนอย่างเรียวอ่านหนังสือฆ่าเวลาแทนการงีบและเล่นกีต้าร์ไปตั้งแต่เมื่อไร

“ยังครับ”
“งั้นก็รอไปก่อน”
“แต่ว่า...”
“รอมาได้ตั้งนาน จะนั่งรออีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ไม่ตายหรอก”
“ครับ...”

จริงๆที่ชวนกลับไม่ใช่ว่าไม่อยากรอ แต่ยูยะเกรงใจที่จะมีเรียวมานั่งคอยเป็นเพื่อนต่างหาก เพราะโดยนิสัยที่รู้ๆกันอยู่ เรียวมักจะรอใครไม่ได้นาน แต่นี้กลับยอมทนอยู่เป็นเพื่อน ทั้งๆที่ถ้าเป็นเวลาอื่นเกินครึ่งชั่วโมง เรียวก็คงลุกออกจากร้านไปแล้ว

อาจเป็นเพราะยามะพีเป็นเพื่อนสนิทล่ะมั่ง ถึงได้ยอมโดยไม่มีอาการโวยวา หงุดหงิดบนใบหน้า แต่ไม่อยากจะคิดถึงนาทีที่ยามะพีมาถึงว่าจะหูชา เลือดสาดกับคำพูดแดกดันทุกๆครั้งที่ตักข้าวเข้าปากขนาดไหน ถึงแม้ว่าจะเสียววาบยามนึกถึงท่าทางเอาเรื่องของเรียวก็ตาม แต่รอยยิ้มน่ารักก็ยังเปื้อนบนใบหน้าของยูยะไม่ได้

“ขอบคุณนะครับ”

เรียวเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่กำลังแสดงใบหน้าน่าเข้าไปหยิกแก้มกลมๆนะ ก่อนจะแสร้งก้มอ่านหนังสือต่อไป

“ใช่ว่า...ฉันจะไม่เคยรอไอ้พีเป็นเพื่อนนายซะเมื่อไร”
“ผมรู้ครับ” ตอบพรางยื่นหน้าเท้าคางจ้องคนที่ยูยะคิดว่าน่ารักในสายตาเขา เจ้าตัวไม่แค่คิดเปล่าๆ ยังพูดตามตรงให้โดนเรียวตอกกลับ

“น่ารักจังเลยนะ เรียวจัง”
“หึ...เก็บคำนี้ไว้พูดกับไอ้พีดีกว่า เดี่ยวมันมาได้ยินเข้าแล้วจะเต้นเป็นเจ้าเข้าเอาเปล่าๆ ฉันขี้เกียจมองสายตาขวางๆ คอยถลึงใส่ทุกวันที่เจอหน้าหรอกนะ”

“ก็พูดจริงนินา”
“ถ้าปากว่างมากนัก...ก็หาอะไรมายัดเอาความจริงของนายกลืนลงคอไปซะเลยดีไหม” พูดพลางวางหนังสือที่อ่านค้างไว้กับโต๊ะ ขยับตัวลุกขึ้นยืน จนยูยะต้องลุกตามด้วยท่าทีเหวอๆ

จะไม่รอแล้วเหรอ...

“ไปไหนครับ เรียวจัง”
“ไปเข้าห้องน้ำ...ทำไม จะตามไปช่วยฉันเลี้ยงน้องหรือไง” ยูยะส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะนั่งลงทีเดิม มองดูเรียวเดินเลี้ยงเข้าไปทางหลังร้าน

“เรียวจังทะลึ่ง ถ้าผมไปจริงแล้วอย่ามาว่ากันนะ” คนที่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียวพึมพำเขินๆ พลางเอื้อมมือหยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบเบาๆ ปกปิดใบหน้าแดงระเรื่อ

แต่ดูท่าคนที่ขอตัวไปห้องน้ำ ะไปนานผิดปกติ จนยูยะเริ่มกระวนกระวายใจ แต่เพราะสัมภาระของเรียวยังอยู่ที่นี่ เขาจึงมั่นใจว่าถึงยังไงเจ้าของก็ต้องกลับมาเอาและเรียวไม่เคยทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวเวลาที่ไม่มีใครอยู่กับเขาเลยสักครั้ง

มือเรียวหยิบ I-Pod ที่ซื้อมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองขึ้นฟังฆ่าเวลา อย่างน้อยก็ตอนที่เรียวไม่อยู่ เขาก็จะได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดีย และไม่รู้ว่าหนังสือที่เรียวอ่านค้างมันวางล่อตาหรือเพราะอยากหาอะไรทำเล่นๆ ยูยะถึงตัดสินใจเอื้อมมือหยิบไอ้สิ่งที่ตรึงตาให้เรียวนั่งอ่านอยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ มาพลิกดูบ้าง

เพราะไม่ทันสังเกตว่ามีบางอย่างสอดคั่นหน้าอยู่ เศษกระดาษเล็กๆ ถึงได้ร่วงลงมาที่ตักของยูยะ ตัวอักษรหวัดๆคุ้นตาจนยูยะต้องหยิบขึ้นมาอ่านอย่างถือวิสาสะ

‘นายช่วยอยู่กับยูยะจนกว่าฉันจะไปถึงทีนะ ห้ามทิ้งให้ยูยะอยู่คนเดียว ห้ามปล่อยให้เหงาด้วย นะ เรียวจัง...ยามะพี’

ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นไปทั่วร่างของคนที่อ่านข้อความสั้นๆ ติดจะบังคับทันที
แบบนี้นี่เอง...เรียวถึงอดทนรอเป็นเพื่อนโดยที่ไม่คิดจะบ่นให้ได้ยินสักคำ
ก็นี่ล่ะ...เรียวจัง คนที่ยอมทำเพียงแค่เพื่อนขอร้องมาคำเดียว
ไม่น่าละ...ทำไมเรียวถึงเอาแต่อ่านอยู่หน้าเดียวไม่ยอมพลิกไปหน้าอื่น ก็เพราะจะท่องจำคำขอของเพื่อนรักให้ขึ้นใจนั่นเองซินะ

ยูยะสอดกระดาษโน้ตใบเล็กเก็บเข้าที่เดิม วางหนังสือในมือลงที่เก่าช้าๆ พร้อมกับใบหน้าเป็นสุขพลางฟุบกับแขนทั้งสองข้างด้วยรอยยิ้มแจ่มใสกว่าเก่า

“ถ้ากลัวว่าผมจะเหงา ก็รีบมาอยู่เป็นเพื่อนซิครับ ยามะพี” เด็กหนุ่มพึมพำแผ่วเบา มือน้อยๆจับประคองเครื่องประดับแทนตัวคนรักอย่างทะนุถนอมเหมือนจะฝากให้มันส่งข้อความนี้ไปถึงคนให้ที

“เกี้ยวซ่า พร้อมเสิร์ฟมาแล้วครับ”

เสียงรายการอาหารที่ดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้รู้ว่าเป็นโต๊ะของใครที่สั่ง ปลุกให้ยูยะที่กำลังหลับตาจินตานาการไปตามเสียงเพลงต้องลืมตาตื่น คิดสงสัยว่าเรียวจะเป็นคนสั่ง ทั้งที่กินไปเยอะกว่าใครขนาดนั้นนะเหรอ

“ขอบคุณครับ” เขาเอนตัวนั่งตามปกติ ก้มหน้าขะมักเขม้นกับการเก็บของที่วางอยู่บนโต๊ะ หมายจะช่วยเบาแรงคนเสิร์ฟที่ยืนถือจานเกี้ยวซ่าร้อนๆ อยู่ใกล้ๆ
“ทานให้อร่อยนะครับ คุณลูกค้า” เพราะสำเนียงติดจะกวนๆ ที่ดังลอดเข้ามาเล็กน้อย บวกกับอุ้งมือที่คุ้นตา เพียงเท่านั้นยูยะก็แทบจะเงยหน้าในทันใด

“ยามะพี...” รอยยิ้มอบอุ่นที่ยูยะกำลังนึกถึง ลอยเด่นอยู่ใกล้ๆจนสัมผัสได้ เจ้าตัวรีบดึงหูฟังออกทันที ไม่สนใจจะฟังเพลงไหนที่ว่าเพราะอีกแล้ว ก็ตอนนี้มีสิ่งที่น่าฟังมากกว่าอยู่ตรงหน้าแล้วนิ
“รอนานไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนดังกระซิบอยู่ข้างหู เพราะยามะพีชะโงกเข้ามาใกล้ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะขยับให้คนรักเข้ามานั่งใกล้ๆเขา

“กินอะไรมาหรือยังครับ เหนื่อยไหมฮะ มายังไงครับ แล้วนี่เลิกกองกี่โมงเหรอฮะ แล้ว...” เพราะเห็นรอยยิ้มขันเปื้อนใบหน้าของคนที่เขาเอาแต่ป้อนคำถามด้วยความเป็นห่วง ยูยะถึงหยุดชะงักคำพูดที่พลั่งพรู และถามกลับด้วยใบหน้าฉงนสงสัย

“ยิ้มอะไรฮะ”
“ก็ยิ้มนายนะซิ...แล้วนี่ฉันจะได้ถามคำถามสักข้อของนายหรือเปล่า”
“ก็ผมเป็นห่วงนิฮะ”
“โอเคๆ...อืม ฉันยังไม่ได้กินอะไร เพราะสัญญากับนายว่าจะมากินด้วยกัน เมื่อกี้เหนื่อยแต่ตอนนี้ไม่เหนื่อยแล้ เพราะเจอนายอยู่ที่นี่ นั่งรถแท็กซี่มาเพราะกลัวนายจะรอนาน เลิกกองกี่โมงไม่ได้สนใจเพราะมั่วแต่ห่วงว่านายจะกินข้าวหรือยัง คราวนี้มีอะไรจะถามอีกไหม”

“ไม่แล้วครับ...ก็ยามะพีตอบคำถามผมหมดแล้วนิฮะ” ยูยะก้มหน้าปกปิดรอยระเรื่อบนใบหน้า เขาสารภาพออกมาจากใจได้เลยว่า ใจเขากำลังพองโต เพราะคำว่า เพราะนาย ที่ยามะพูดออกมามันเหมือนคำบอกว่า...รัก...ยังไงไม่รู้

“แต่นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ ว่ารอนานหรือยัง”
“ก็ผมส่ายหน้าตอบไปแล้วไงฮะ...”
“โกหก...” เด็กหนุ่มเงยหน้าขมวดคิ้วเรียวมุ่ย ก็เขาพูดจริงๆ ทำไม คนตรงหน้าถึงหาว่าเขาโกหกล่ะ

“เมื่อกี้ฉันถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ เขาบอกว่านายนั่งรอ จนเพื่อนๆ กลับไปกันหมด ยังจะบอกว่าไม่นานอีกเหรอ” ยามะพีพูดพร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม คำพูดประโยคนี่มันคุ้นจนยูยะต้องยิ้มร่า ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่ากำลังโดนย้อนด้วยคำพูดที่เขาเคยใช้เสียเมื่อไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายูยะจะไม่มีคำพูดดีๆ ย้อนกลับไปซะหน่อย

“ก็...รอแค่นี้ ผมไม่ถือว่านานนิฮะ”

และรางวัลของการตอบคำถามได้โดนใจยามะ ก็คือจูบหวานๆที่แก้มนุ่มๆ แผ่วเบา แต่เนินนานโชคดีที่ร้านราเมงนี่ มักจะมีดารามานั่งกินอยู่บ่อยๆ เจ้าของร้านเลยจัดโซนเฉพาะสำหรับคนดังคนใดที่นิยมมุมส่วนตัว ดังนั้น ภาพหวานๆของเขาสองคนจึงไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีใครมาบันทึกภาพไปทำให้เป็นข่าวได้อย่างแน่นอน

“ยิ้มไปเถอะฮะ...ตอนเนี่ย” ยูยะกล่าวลอยๆ ในขณะที่คนรักของเขายังยุ่งวุ่นวายกับการคลอเคลียที่แก้มอย่างเพลิดเพลิน

“แล้วหลังจากนี้ มันจะเกิดอะไรเหรอ” ยามะพีหยุดการจูบซับแก้มคนรักเพื่อถามถึงสาเหตุ ก่อนจะบรรจงประทับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง

“ก็เตรียมโดนเรียวจังลงโทษ ที่ปล่อยให้รอนานนะซิครับ” คำเฉลยของยูยะเรียกเสียงหัวเราะจากนักโทษได้ทันใด

“ขำอะไรฮะ...” ยูยะหันมามองคนที่ดูจะไม่เกรงกลัวกับอะไรทั้งสิ้น แถมยังหัวเราะ ราวกับว่า เรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นอย่างนั้นล่ะ

“ฉันคิดว่า...อย่างน้อยเหตุการณ์ที่นายกำลังพูดถึง จะไม่เกิดขึ้นวันนี้หรอกนะ ยูยะ”
“ทำไมล่ะฮะ...”

และคำตอบที่ได้รับก็คือรอยยิ้มกว้างๆ กับจูบหวานๆที่ปากของยูยะแทน ก่อนที่ยามะพีจะโอบที่เอวของคนรักพลางมองดูเกี้ยวซ่าที่คงใกล้เย็นชืด เพราะพวกเขามั่วแต่พลอดรักกันอยู่สองคน

“อือ...เห็นเกี้ยวซ่าแล้ว ท้องมันก็ร้องขึ้นมาเลยแฮะ” ไม่พูดปล่อยยังลูบท้องเป็นการยืนยันว่าหิวจริงอย่างที่พูด ยูยะเองเมื่อได้ยินว่าคนรักบ่นว่าหิวก็เลิกสนใจที่จะรู้คำตอบทั้งที่ เขารีบหยิบเมนูที่วางอยู่ใกล้ๆ ส่งให้กับคนหิวพร้อมกับก้มหน้าก้มตาช่วยเลือกอย่างรู้งาน

ภาพของเพื่อนรักที่กำลังคีบของว่างรอราเมงที่สั่งไปเรียบร้อย ป้อนให้กับคนรักที่ดูจะเจริญอาหารขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งที่ตอนที่อยู่กับเพื่อนๆ ยังบอกว่าไม่หิวอยู่เลยแท้ๆ เสียงหัวเราะและการดูแลเอาใจใส ที่เขามักจะบอกว่ามันจะทำให้เสียเด็ก อยู่ในสายตาของเรียวที่ยืนแอบอยู่ตรงฉากกั้น

“กินยังไงเลอะปากหมดแล้วนะ” เสียงของยามะพีที่ดังเบาๆ พลางใช้นิ้วชี้เกลี่ยคราบแป้งที่ห่อเกี้ยวที่ติดอยู่ตรงมุมปากของคนรักออกให้

“ก็...ยามะพีป้อนไม่ดีนิฮะ” ตามมาด้วยเสียงบ่นกระเง้ากระงอดแต่มีกระแสความสุขล้นดังแววตามมาด้วย

“หมดหน้าที่ฉันแล้ว...นายสานต่อเอานะ ไอ้พี” เรียวพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินหลบไป เพราะไม่คิดจะเข้าไปก่อกวนบรรยากาศดีๆของเพื่อนและน้องชายอันเป็นที่รักและเพราะมันเป็นคำขอของเพื่อน
...เรื่องอะไรที่คนอย่างเรียวจะทำให้ไม่ได้

‘ตอนนี้นั่งอยู่บนแท็กซี่ อีกห้านาทีถึง’
เสียงตามสายดังร้อนรนจะคนรับสัมผัสได้

‘อืม...รีบมาหน่อยก็ดี เดี๋ยวพยาธิในกระเพาะยูยะมันจะถามหาเอา เพราะมั่วแต่รอกินข้าวพร้อมนาย แล้วฉันก็จะได้ออกจากห้องน้ำสักที’

‘แล้วนายมานั่งทำอะไรในห้องน้ำล่ะ’


เรียวขำเย้ยตัวเอง ก็เพราะใครที่ทำให้เขาต้องมานั่งไขว่ห้าวอยู่บนโถส้วมเหมือนคนบ้าแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้บ้าที่ไหนกำลังจะมาล่ะว่ะ

‘แทนที่นายจะถามฉันว่าเพราะอะไร ใช้ปากเร่งโชเฟอร์ให้ขับรถเร็วๆจะมีประโยชน์กว่าไหมว่ะ’



เรียวเดินออกจากร้านเงียบๆ ด้วยมือเปล่า สิ่งที่เขาหยิบติดมือมาด้วยก็มีแค่กระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์คู่กายเท่านั้น เพราะถึงยังไง...เขาก็ไม่คิดจะกลับไปเอาอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องกังวลว่าของจะหาย ถ้ามีไอ้พีอยู่ด้วย พรุ่งนี้มันคงจรลีไปรออยู่ที่บริษัทเองนั่นล่ะ ไม่ต้องโทรไปสั่งให้มันเอาไปให้กวนเวลาหวานของมันกับยูยะหรอก

เพราะไอ้เพื่อนรักของเรียวจัง มันรู้หน้าที่...เพื่อนที่ดี...พอๆกับที่เรียวก็รู้จักคำนี้เหมือนกัน



--------------------



“น่าแปลกจังนะฮะ...ทำไมเรียวจังเข้าห้องน้ำนานจัง”
“กลับบ้านไปแล้วล่ะมั่ง...”
“เป็นไปไม่ได้หรอกฮะ...ข้าวของยังอยู่ที่นี้อยู่เลย จะกลับไปได้ยังไงล่ะฮะ”
“หึ...ของที่ทิ้งไว้นะ ถ้าไม่มีกระเป๋าเงิน กับมือถือ มันก็ไม่สนใจหรอก อีกอย่าง...ถึงมันจะลืม ถ้ามันรู้ว่ามีฉันอยู่ที่นั้น มันก็มั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ของของมันจะกลับถึงมืออย่างสวัสดิภาพ”

“อย่างนั้นเหรอฮะ...”
“นายยิ้มอะไร”
“เป็นเพื่อนที่ดีจังน้า...เรียวจังเนี๊ย”
“หึ...คงงั้นมั่ง”
“พรุ่งนี้เรามากินที่นี้กันอีกนะครับ ยามะ”
“หืม...ติดใจเหรอ”
“ครับ...”

“แต่พรุ่งนี้ฉันเลิกดึกนะ นายจะรอเหรอ”
“ครับ...”
“ดูท่าคราวนี้คงจะขอให้ไอ้เรียวรอเป็นเพื่อนไม่ได้แล้วนะ”
“ไม่ต้องขอให้ใครรอเป็นเพื่อนหรอกครับ”
“หืม...”

“เพราะยังไง ยามะพีก็ต้องมาอยู่แล้วนิครับ ถึงจะช้าหน่อย...ผมก็รอได้ครับ เพราะยามะพีจะไม่ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวอยู่แล้วนิฮะ”

“เรื่องนั้น...แน่นอนอยู่แล้ว”

:: THE END::
Category : One ● shot


  • password
  • เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

trackbackURL:http://lecielinlove.blog.fc2.com/tb.php/1-75ae98da
▲ top